ปี 2568 เป็นอีกหนึ่งปีที่สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของบริษัท ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TEGH ในการเติบโตอย่างมั่นคง ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลก ความผันผวนของราคาสินค้า เกษตร และการเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมระดับสากล บริษัทสามารถสร้างรายได้รวม 19,980 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% พร้อมรักษาความสามารถในการทำกำไร และเดินหน้าพัฒนาธุรกิจภายใต้โมเดล Thai Eastern Symbiosis ที่เชื่อมโยงธุรกิจยางธรรมชาติ ปาล์มน้ำมัน พลังงานทดแทนและรับบริหารจัดการกากอินทรีย์ เข้าสู่ห่วงโซ่คุณค่าเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
ธุรกิจยางธรรมชาติยังคงเป็นธุรกิจหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโต โดยเฉพาะการขยายยอดขายยางแท่ง มาตรฐาน EUDR ซึ่งมีปริมาณจำหน่าย 104,228 ตัน เพิ่มขึ้น 104% คิดเป็น 41% ของยอดขายยางแท่งทั้งหมด สะท้อนถึงความพร้อมของบริษัทในการตอบสนองต่อความต้องการของตลาดโลก ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ยางแท่งที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral Block Rubber) เพื่อรองรับอุตสาหกรรม ยางล้อที่ให้ความสำคัญกับการลดคาร์บอนในห่วงโซ่อุปทาน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ในระยะยาว
ด้านธุรกิจน้ำมันปาล์มดิบ บริษัทฯ สามารถยกระดับประสิทธิภาพการผลิตผ่านการปรับปรุงกระบวนการ ผลิตและเครื่องจักรอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ธุรกิจพลังงานทดแทนและรับบริหารจัดการกากอินทรีย์มีการเติบโตอย่างโดดเด่น จากความสำเร็จของโครงการขยายกำลังการผลิตก๊าซชีวภาพ ซึ่งช่วยเสริมเสถียรภาพของรายได้ ความมั่นคงด้านพลังงาน และต่อยอดสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ในอนาคต
บริษัทให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลกิจการที่ดี การบริหารความเสี่ยง และการดำเนินธุรกิจอย่าง โปร่งใส พร้อมยกระดับมาตรฐานด้าน ESG อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของตลาดโลก และสร้าง ความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ควบคู่กับการมุ่งสู่ Low Carbon Economy ผ่านการใช้ทรัพยากรอย่างมี ประสิทธิภาพ การพัฒนาผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำ และการสร้างความร่วมมือกับเกษตรกร ชุมชน และคู่ค้าตลอดห่วง โซ่อุปทาน
- ได้รับการประเมินหุ้นยั่งยืน : SET ESG Rating ระดับ AAA ต่อเนื่อง สะท้อนความแข็งแกร่งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลในระดับสูง
- บริษัทได้รับรางวัล SET Awards 2025 "Best Sustainability Awards” และ “Best Sustainable Supply Chain 2025" ตอกย้ำความสำเร็จในการขับเคลื่อนธุรกิจอย่างยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทาน
- ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงินที่ระดับ BBB (Investment Grade) แนวโน้ม Stable โดย TRIS Rating สะท้อนฐานะทางการเงินและศักยภาพการเติบโตอย่างมั่นคง
- ได้รับการประเมิน EcoVadis ระดับ Gold สะท้อนมาตรฐานการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม แรงงาน สิทธิมนุษยชน จริยธรรม และการจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน
- ได้รับการยกระดับเป็น CAC Change Agent ระดับ 3 ดาว จาก Thai Private Sector Collective Action Against Corruption สะท้อนความมุ่งมั่นด้านธรรมาภิบาลและการต่อต้านคอร์รัปชันอย่างต่อเนื่อง
- บริษัทได้รับการจัดอันดับอยู่ใน Fortune Southeast Asia 500 สะท้อนศักยภาพการแข่งขันของธุรกิจไทย ในระดับภูมิภาค
- ธุรกิจพลังงานทดแทนและบริหารจัดการกากอินทรีย์เติบโตต่อเนื่องจากโครงการ Biogas expansion และการขยายกำลังการผลิตก๊าซชีวภาพ รองรับการเติบโตของธุรกิจ Green Energy ในระยะยาว
- เดินหน้าสร้างรายได้จาก Carbon Credit ควบคู่กับการเพิ่มปริมาณรับบริหารจัดการกากอินทรีย์และการ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคอุตสาหกรรม
ในนามของคณะกรรมการบริษัทและผู้บริหาร ขอขอบคุณผู้ถือหุ้น นักลงทุน ลูกค้า คู่ค้า พนักงาน และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายที่ให้ความเชื่อมั่นและสนับสนุนบริษัทด้วยดีเสมอมา เราจะยังคงยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล ขับเคลื่อน TEGH ให้เติบโตอย่างมั่นคง และสร้างสมดุลระหว่างผลประกอบการ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อคุณ ค่าที่ยั่งยืนในระยะยาว
ประธานกรรมการ