ประวัติองค์กร
บริษัท ไทย โคโคนัท จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ” หรือ “TCN” หรือหลักทรัพย์ “COCOCO”) เดิมชื่อ บริษัท ซีแอนด์ เอ อินเตอร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ก่อตั้งโดยกลุ่มครอบครัวชิ้นปิ่นเกลียว เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 ด้วยทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท ซึ่งเริ่มแรกดำเนินธุรกิจในลักษณะซื้อมาขายไป (Trading) ในกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปต่างๆ อาทิเช่น น้ำกะทิ เพื่อจำหน่ายไปยังต่างประเทศ ต่อมาบริษัทฯ ได้เติบโตอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับเล็งเห็นแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจการผลิตและจำหน่ายน้ำกะทิและสินค้าแปรรูปจากมะพร้าว ผู้บริหารจึงเริ่มดำเนินการผลิตสินค้าดังกล่าวเอง โดยมีการก่อตั้งโรงงานในจังหวัดราชบุรี เพื่อผลิตและจำหน่ายทั้งตราสินค้าของบริษัทฯ และภายใต้ตราสินค้าของลูกค้า ซึ่งบริษัทฯ มีจุดได้เปรียบในเรื่องของที่ตั้งโรงงานที่อยู่ใกล้แหล่งวัตถุดิบมะพร้าว
ต่อมาเมื่อเดือนธันวาคม 2552 ได้มีการจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อบริษัทฯ เป็น “บริษัท ไทย โคโคนัท จำกัด” และเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2558 ได้จดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด โดยมีชื่อว่า “บริษัท ไทย โคโคนัท จำกัด (มหาชน)” รวมทั้งเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 400 ล้านบาท เป็น 550 ล้านบาท ต่อมาเดือนมีนาคม 2566 บริษัทฯ เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 550 ล้านบาท เป็น 735 ล้านบาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 370 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท เพื่อเสนอขายต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (Initial Public Offering :IPO) ระหว่างวันที่ 4 ถึง 6 กันยายน 2566 และบริษัทฯ ได้เข้าจดทะเบียนหลักทรัพย์ในชื่อ “COCOCO” และเริ่มทำการซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในวันที่ 14 กันยายน 2566
ในปัจจุบัน บริษัทฯ เป็นผู้นำการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะพร้าวและผลไม้ที่มีความหลากหลาย มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคทั้งภายในประเทศและต่างประเทศกว่า 97 ประเทศทั่วโลก โดยบริษัทฯ มีทีมงานวิจัยเพื่อคิดค้นสูตรการผลิตสินค้าด้วยตนเองหรือร่วมกันพัฒนาและปรับปรุงสูตรการผลิตสินค้ากับลูกค้า และให้ความสำคัญในคุณภาพของสินค้าโดยควบคุมการผลิตตั้งแต่การได้มาซึ่งวัตถุดิบหลัก คือ เนื้อมะพร้าวขาวและน้ำมะพร้าว การขนส่งวัตถุดิบเข้าสู่โรงงาน ขั้นตอนการผลิตที่ปลอดภัยและปลอดเชื้อ การจัดเก็บสินค้าสำเร็จรูป การบรรจุหีบห่อ และการจัดส่งสินค้าได้ตรงตามคุณภาพและเวลาที่ลูกค้าต้องการ อีกทั้งบริษัทฯ ยังตระหนักถึงความสำคัญในการมีส่วนร่วมดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนใกล้เคียง เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน นอกจากนั้น บริษัทฯ ยังมุ่งเน้นสร้างอาชีพให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน โดยมีการว่าจ้างคนในท้องถิ่นเป็นพนักงานของบริษัทฯ และส่งเสริมคนในชุมชนในการปลูกมะพร้าว เพื่อสร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัว รวมทั้งการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ สามารถเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนได้ต่อไปในอนาคต
นอกจากการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากการแปรรูปมะพร้าวและผลไม้ซึ่งดำเนินการภายใต้บริษัทฯ แล้วนั้น บริษัท ไทย ออซัม จำกัด (“TAS”) บริษัทย่อยของบริษัทฯ ยังเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์เลี้ยงประเภทสุนัขและแมวจากวัตถุดิบคุณภาพสูงที่ได้มาตรฐานสากลและผลิตด้วยการใช้นวัตกรรมที่หลากหลายที่มุ่งเน้นการผลิตอาหารเพื่อสุขภาพแก่สัตว์เลี้ยง ภายใต้ตราสินค้า “Moochie” นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีบริษัทย่อยอีกแห่ง คือ บริษัท ไทย แพลนท์ เบส ฟู้ด จำกัด (“TPF”) ดำเนินธุรกิจเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอาหารเพื่อสุขภาพจากโปรตีนพืช (Plant based food) โดยใช้วัตถุดิบจากพืชที่ให้โปรตีนสูง อาทิ ธัญพืช และถั่ว เป็นต้น ซึ่งบริษัทผลิตและจำหน่ายภายใต้ตราสินค้า “CHIMCHIM” อีกทั้ง บริษัทฯ ยังมีบริษัทร่วมค้าซึ่งได้แก่ บริษัท จัสท์ไลค์ แอนด์ มอร์ จำกัด (“JLM”) ซึ่งดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชีสและเนยที่ทำจากพืช โดยบริษัทฯ ถือหุ้นคิดเป็นร้อยละ 59.99 ของทุนจดทะเบียนที่ออกและชำระแล้ว
กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่บริษัทฯ และบริษัทย่อย ผลิตและจำหน่าย สามารถแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก ได้ดังนี้
1. ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะพร้าวและผลไม้
ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่แปรรูปจากมะพร้าวและผลไม้ เช่น กะทิบรรจุกระป๋อง กะทิบรรจุกล่องยูเอชที (UHT) กะทิพาสเจอไรซ์ น้ำมะพร้าวบรรจุกระป๋อง น้ำมะพร้าวกล่องยูเอชที (UHT) น้ำมะพร้าวพาสเจอไรซ์ น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ขนมมะพร้าว และอาหารสำเร็จรูป ภายใต้ตราสินค้า “Thaicoco” และ “Cocoburi” รวมถึงการผลิตสินค้าเพื่อการอุตสาหกรรม
2. ผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงแบบเปียกสำหรับสุนัขและแมว
ผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์แบบเปียกสำหรับสุนัขและแมว โดยมีผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้แก่ มีทโลฟ อาหารตุ๋น โฮมเมด เนื้อเกล็ดแท้ และปลา เป็นต้น ภายใต้ตราสินค้า “Moochie” และการเป็นผู้ให้บริการตั้งแต่การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ออกแบบ และบรรจุภัณฑ์สำหรับการรับจ้างผลิตสินค้า (Original Equipment Manufacturer หรือ OEM) ซึ่งจัดจำหน่ายทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งเป็นผู้ผลิตทั้งอาหารสุนัขและแมว รวมทั้งอาหารเสริมสำหรับสุนัขและแมว ซึ่งเป็นนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่ให้ประโยชน์ทางโภชนาการสำหรับสัตว์เลี้ยง โดยผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมีหลากหลายประเภท ได้แก่ มูส อาหารแท่ง และน้ำวิตามิน เป็นต้น โดยเริ่มมีรายได้จากการผลิตและจำหน่ายสินค้าเมื่อปี 2564 ที่ผ่านมา
3. ผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพจากโปรตีนพืช
ผลิตภัณฑ์อาหารในกลุ่มโปรตีน (Plant based Food) ซึ่งเป็นอาหารเพื่อสุขภาพจากโปรตีนพืช โดยใช้วัตถุดิบจากพืชที่ให้โปรตีนสูง อาทิ ธัญพืช และถั่ว เป็นต้น โดยบริษัทผลิตและจำหน่ายภายใต้ตราสินค้า “CHIMCHIM” และการรับจ้างผลิตสินค้า (Original Equipment Manufacturer หรือ OEM) โดยมีสินค้าหลักๆ ได้แก่ อาหารว่างเอเชีย (Asian Appetizer) อาทิ ติ่มซำ เกี๊ยวซ่า ฮาเก๊า ขนมจีบ เป็นต้น และอาหารว่างตะวันตก (Western Appetizer) อาทิ นักเก็ต ไก่ทอดไม่มีกระดูก ไก่ป๊อป กุ้งทอด ปลาหมึกทอด เป็นต้น
4. ผลิตภัณฑ์ชีสและเนยที่ทำจากพืช
ผลิตภัณฑ์ชีสและเนยประเภทต่างๆ ที่ทำจากพืช ซึ่งเป็นการนำไขมันจากพืชมาผลิตเป็นชีสและเนยประเภทต่างๆ ซึ่งเป็นอาหารมังสวิรัติ (Vegetarian) โดยมีผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น ชีสแผ่นมังสวิรัติ (Vegan Slice) ชีสเส้นมังสวิรัติ (Vegan Shreds) ครีมชีสมังสวิรัติ (Vegan Spread and Cream Cheese) และชีสก้อนมังสวิรัติ (Vegan Cheese Bar) เป็นต้น
เหตุการณ์สำคัญ
เดือนมกราคม
คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติให้บริษัทฯ เข้าลงทุนในประเทศฟิลิปปินส์ เพื่อรองรับการขยายกำลังการผลิตในกลุ่มผลิตภัณฑ์กะทิและน้ำมะพร้าว โดยดำเนินการผ่านการจัดตั้งบริษัทย่อยภายใต้ชื่อ “NOVOCOCONUT INC.” ซึ่งบริษัท ไทย โคโคนัท จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 99.99 ทั้งนี้ การลงทุนดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมศักยภาพด้านแหล่งวัตถุดิบ การผลิต และการรองรับความต้องการของตลาดในระดับสากล อันจะสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว
เดือนกุมภาพันธ์
บริษัทฯ ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับนิคมอุตสาหกรรม Anflo Industrial Estate (AIE) ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองปานาโบ จังหวัดดาเวา เดล นอร์เต ประเทศฟิลิปปินส์ เพื่อเช่าที่ดินภายในนิคมอุตสาหกรรมสำหรับการจัดตั้งบริษัทย่อยและก่อสร้างโรงงานผลิตผลิตภัณฑ์กะทิและผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวอื่นๆ ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมศักยภาพด้านแหล่งวัตถุดิบ เพิ่มขีดความสามารถในการผลิต และรองรับการขยายตัวของตลาดในระดับสากลในระยะยาว
เดือนเมษายน
บริษัทฯ ได้จดทะเบียนจัดตั้ง NOVOCOCONUT INC. เป็นบริษัทย่อย โดย NOVOCOCONUT INC. จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของประเทศฟิลิปปินส์ เพื่อประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะพร้าว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวในระดับสากล เสริมสร้างศักยภาพด้านการผลิต และลดความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทานในระยะยาว
เดือนกรกฎาคม
บริษัทฯ ได้จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับสองหน่วยงานหลัก ได้แก่ บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) (SCGP) ภายใต้โครงการ “เก่าแลกใหม่ — Old for New by SCGP RECYCLE” เพื่อส่งเสริมการบริหารจัดการวัสดุรีไซเคิลตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อร่วมดำเนินโครงการวิจัย “การสร้างสมการอัลโลเมตรีสำหรับการตรวจวัดมวลชีวภาพของต้นมะพร้าว” ครอบคลุมทั้งมะพร้าวน้ำหอมและมะพร้าวกะทิ อันเป็นการสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืนและการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานด้านวัตถุดิบในระยะยาว
เดือนกันยายน
บริษัทฯ ได้รับประกาศนียบัตรคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organization: CFO) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นระบบ ตลอดจนการดำเนินธุรกิจภายใต้แนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน
เดือนกันยายน
NOVOCOCONUT INC. ได้ยื่นขอรับสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนกับ Philippine Economic Zone Authority (PEZA) และได้รับการอนุมัติให้ได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีและการลงทุนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งเป็นการสนับสนุนการดำเนินธุรกิจและเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
เหตุการณ์สำคัญ
เดือนมกราคม
บริษัทฯ ได้รับการคัดเลือกให้เป็นหลักทรัพย์ในดัชนี SET100 เป็นครั้งแรก โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 30 มิถุนายน 2567 ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพของบริษัทฯ ในด้านสภาพคล่องของหลักทรัพย์และมูลค่าตลาดที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง
เดือนมีนาคม
ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 3/2567 เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2567 มีมติอนุมัติการลงทุนในโครงการ ก่อสร้างคลังสินค้ากึ่งอัตโนมัติ มูลค่าโครงการรวมประมาณ 250 ล้านบาท เพื่อรองรับการจัดเก็บผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว อันเนื่อง มาจากกำลังการผลิตและคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นทั้งในปัจจุบันและอนาคต โดยคลังสินค้าที่จะก่อสร้างนี้จะมีเทคโนโลยีทันสมัย เพิ่ม ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและการจัดเก็บผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ
เดือนกรกฎาคม
ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 6/2567 เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2567 มีมติอนุมัติการเปลี่ยนแปลง รายละเอียดการใช้เงินตามวัตถุประสงค์ สำหรับการขยายกำลังการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ไม่เป็นสาระ สำคัญ ตามประกาศ สำนักงาน ก.ล.ต. ที่ สจ.63/2561 นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติอนุมัติการลงทุนในโครงการไลน์ผลิตภัณฑ์ กลุ่ม Beverage with Pulp มูลค่ารวมประมาณ 280 ล้านบาท เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดผลิตภัณฑ์ประเภทน้ำผลไม้ผสม เนื้อผลไม้ โดยคาดว่ากำลังการผลิตจะเพิ่มขึ้นจาก 360,000 ตันต่อปี เป็นประมาณ 398,000 ตันต่อปี
เดือนสิงหาคม
ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 7/2567 เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2567 มีมติอนุมัติให้บริษัทฯ จำหน่ายหุ้น สามัญทั้งหมดในบริษัท จัสท์ไลค์ แอนด์ มอร์ จำกัด (JLM) ซึ่งบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 59.99 ส่งผลให้ JLM สิ้นสภาพ จากการเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ
เดือนพฤศจิกายน
ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 8/2567 เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2567 มีมติอนุมัติการขยายระยะ เวลาการใช้เงินตามวัตถุประสงค์ข้อที่ 1 สำหรับการขยายกำลังการผลิตผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว จากเดิมภายในปี 2567 เป็น ภายในเดือนมิถุนายน 2568 ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอยู่ในขอบเขตที่ไม่เป็นสาระสำคัญตามประกาศ สำนักงาน ก.ล.ต. ที่ สจ.63/2561 ในเดือนเดียวกันนี้ บริษัทฯ ยังได้รับรางวัล Business Excellence จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ใน สาขา Deal of the Year Awards และ Outstanding Deal Awards ในงาน SET Awards 2024 อันเป็นผลจาก ความสำเร็จในการระดมทุนและดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ
เดือนธันวาคม
บริษัท ไทย แพลนท์ เบส ฟู้ด จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ได้ดำเนินการจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ไทย พรีเมียม สตรีท ฟู้ด จำกัด เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินธุรกิจในอนาคต
เหตุการณ์สำคัญ
เดือนมกราคม
บริษัท ไทย ออซัม จำกัด เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 120 ล้านบาท เป็นทุนจดทะเบียนจำนวน 324 ล้านบาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 2,040,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท เพื่อเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น (Right Offering) โดยการเพิ่มทุนดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับการดำเนินกิจการ และบริษัท ไทย แพลนท์ เบส ฟู้ด จำกัด เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 5 ล้านบาท เป็นทุนจดทะเบียนจำนวน 60 ล้านบาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 550,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท เพื่อเสนอขายให้แก่ผู้ถือเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น (Rights Offering) การเพิ่มทุนดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเงินไปใช้การลงทุนในเครื่องจักร รวมถึงการปรับปรุงอาคารโรงงาน สำนักงาน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับการดำเนินกิจการ
เดือนมีนาคม
บริษัทฯ เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 550 ล้านบาท เป็น 735 ล้านบาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 370,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท เพื่อเสนอขายต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (Initial Public Offering: IPO)
เดือนเมษายน
ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ปี 2566 ซึ่งจัดประชุมเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2566 มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลประจำปี 2566 แก่ผู้ถือหุ้นเป็นเงินสดในวันที่ 12 เมษายน 2566 โดยเป็นการจ่ายจากกำไรสะสมของกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 ซึ่งได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ในอัตรา 0.1818181818 บาทต่อหุ้น สำหรับหุ้นสามัญจำนวน 1,100,000,000 หุ้น คิดเป็นเงินปันผลจ่ายจำนวน 200 ล้านบาท
เดือนพฤษภาคม
บริษัทฯ และบริษัทย่อย เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในงานแสดงสินค้าในงาน THAIFEX – Anuga Asia 2023 ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าประเภทอาหารที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี ดังนี้
1. บริษัท ไทย โคโคนัท จำกัด (มหาชน) เปิดตัว
1.1 ผลิตภัณฑ์เนื้อมะพร้าวหั่นเต๋าแช่แข็ง (Frozen coconut cubes) เป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเพิ่มรสชาติและเนื้อสัมผัสให้แก่การทำเครื่องดื่ม
1.2 ผลิตภัณฑ์น้ำมะพร้าวปั่นแช่แข็ง (Frozen smoothies) เป็นผลิตภัณฑ์น้ำมะพร้าวออร์แกนิกปั่นผสมกับเนื้อผลไม้แช่แข็ง ซึ่งมี 3 รสชาติ ได้แก่ 1. น้ำมะพร้าวปั่นผสมเนื้อสับปะรด (Organic Coconut Smoothie with pineapple cubes) 2.น้ำมะพร้าวปั่นผสมเนื้อแก้วมังกร (Organic Coconut smoothie with dragon fruit cubes) และ 3.น้ำมะพร้าวปั่นผสมเนื้อเสาวรส (Organic Coconut Smoothie with passion fruit cubes) โดยผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็น Vegan และได้รับการรองรับออร์แกนิกจากประเทศสหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรป
1.3 ผลิตภัณฑ์ซุปครีมแพลนท์เบส (Plant-based Cream Soup) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคอเลสเตอรอลต่ำ (low in cholesterol) และรับประทานสะดวกเพียงแค่เพียงเทซุปลงในหม้อและอุ่นให้ร้อน
1.4 ผลิตภัณฑ์นมโอ๊ตข้นหวาน (Sweetened condensed oat milk) เป็นผลิตภัณฑ์นมข้นหวานที่ผลิตจากข้าวโอ๊ต ซึ่งเหมาะกับการนำไปเป็นส่วนผสมเครื่องดื่มของผู้บริโภคแพ้แลคโตรหรือนมสัตว์
1.5 กลุ่มผลิตภัณฑ์ชา (Tea series with konjac) เป็นผลิตภัณฑ์ชาไทยและชาไต้หวัน โดยใส่บุก เพื่อเพิ่มไฟเบอร์ อันมีประโยชน์ต่อระบบลำไส้
1.6 ผลิตภัณฑ์นมข้นจืดรสชาติข้าวโอ๊ตและอัลม่อนด์ (Evaporated oat and evaporated almond) เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากข้าวโอ๊ตและอัลม่อน เหมาะแก่การเป็นส่วนผสมสำหรับทำเครื่องดื่มแก่ผู้บริโภคแพ้แลคโตรหรือนมสัตว์
2. บริษัท ไทย ออซัม จำกัด เปิดตัว
2.1 ผลิตภัณฑ์อาหารสุนัขปรุงสุกพร้อมทาน (Dog Home Cooked) เกรด Holistic ภายใต้แบรนด์ “Moochie” ซึ่งผลิตจากวัตถุดิบเกรดเดียวกับคนรับประทาน (Human Grade) โดยใช้เนื้อสัตว์นำเข้าจากต่างประเทศ และมีส่วนผสมของ Superfood จำนวน 3 สูตร ได้แก่ 1.รสเนื้อ แซลม่อน และข้าวไรซ์เบอร์รี่ 2.รสไก่ ฟักทอง และมะเขือเทศ และ 3.รสแกะ มันหวาน และผักโขม โดยบรรจุในบรรจุภัณฑ์ประเภทพลาสติกซองซิบ และสามารถแช่เย็นได้ 3 วัน หากรับประทานไม่หมด จึงถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่สะดวก ทานง่ายเพียง “ฉีก เท และทาน” ได้เลย โดยไม่ต้องปรุงสุก
2.2 ผลิตภัณฑ์อาหารสุนัขประเภท “Home style” ภายใต้แบรนด์ “Moochie” จำนวน 3 สูตร ได้แก่ 1. Homestyle Chicken Recipe Topping Rice 2. Home style with Beef Stew และ 3. Home style with Lamb Topping Pasta โดยเป็นผลิตภัณฑ์ที่เลียนแบบอาหารคน ซึ่งอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการจากเนื้อสัตว์และผัก ที่เป็นวัตถุดิบเกรดเดียวกับคนรับประทาน
3. บริษัท ไทย แพลนท์ เบส ฟู้ด จำกัด เปิดตัวผลิตภัณฑ์ Vegan ที่ผลิตจากวัตถุดิบทดแทนเนื้อสัตว์ บรรจุในบรรจุภัณฑ์ย่อยสลายได้ (Biodegradable packaging) ปราศจากคอเลสเตอรอล (No Cholesterol) ผงชูรส (No MSG) ไขมันทรานส์ (No trans-fat) และการตัดแต่งพันธุกรรมของเนื้อสัตว์ (Non-GMO) ได้แก่
3.1 ผลิตภัณฑ์เกี๊ยวเนื้อบูโกกิ (Plant-based Beefless bulgogi mandu) เป็นผลิตภัณฑ์อาหารสตรีทฟู้ดเกาหลีที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยมีลักษณะคล้ายเกี๊ยวจีนหรือเกี๊ยวซ่า
3.2 ผลิตภัณฑ์เบอร์เกอร์ข้าวเหนียวหมู เบอร์เกอร์ข้าวเหนียวไก่ย่าง และเบอร์เกอร์เนื้อและชีส เป็นผลิตภัณฑ์อาหารไทยฟิวชั่น จากอาหารสตรีทฟู้ดของไทยและอาหารอาหารฟาสต์ฟู้ด
3.3 ผลิตภัณฑ์หมูปิ้ง (Plant-based Thai-style grilled pork skewers หรือ Mooping) และไก่สเต๊ะ เป็นผลิตภัณฑ์กลุ่มเสียบ ซึ่งเป็นอาหารสตรีทฟู้ดของไทยที่ได้รับความนิยมของชาวไทย
3.4 ผลิตภัณฑ์กลุ่มอาหารไทยสตรีทฟู้ด (Thai Street food) เป็นผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมรับประทาน (Ready Meal) ซึ่งประกอบไปด้วยผัดไทย ซุปต้มยำ แกงเขียวหวาน ผัดซีอิ้ว แพนง และแกงเหลือง โดยเป็นอาหารไทยที่มีชื่อเสียงระดับโลก
เดือนกันยายน
บริษัทฯ เสนอขายต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) ระหว่างวันที่ 4 ถึง 6 กันยายน 2566 และเข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายหลักทรัพย์ในชื่อ “COCOCO" ณ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2566 และที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทของบริษัทฯ ครั้งที่ 14/2566 ซึ่งประชุมเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2566 มีมติอนุมัติโครงการขยายกำลังการผลิตน้ำมะพร้าวบรรจุโดยเครื่อง UHT PRISMA บริษัทฯ มีการลงทุนซื้อเครื่อง Aseptic Filling ขนาด 330 มิลลิลิตร จำนวน 4 เครื่อง และเครื่อง Aseptic Filling ขนาด 1,000 มิลลิลิตร จำนวน 2 เครื่อง พร้อมทั้งอุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมีมูลค่าการลงทุนประมาณ 384.70 ล้านบาท
เดือนตุลาคม
ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 15/2566 ซึ่งประชุมเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2566 มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล โดยจ่ายจากกำไรสะสมของบริษัทฯ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 ในอัตรา 0.20 บาทต่อหุ้น ซึ่งเป็นการจ่ายจากกำไรสะสมของกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน สำหรับหุ้นสามัญจำนวนทั้งสิ้น 1,470,000,000 หุ้น คิดเป็นเงินปันผลจำนวน 294 ล้านบาท และอนุมัติการจัดสรรทุนสำรองตามกฎหมายเพิ่มเติมอีกจำนวน 18.5 ล้านบาท
เดือนพฤศจิกายน
ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทของบริษัทฯ ครั้งที่ 16/2566 ซึ่งประชุมเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2566 มีมติอนุมัติการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้รับจากการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) อย่างไม่เป็นนัยสำคัญ โดยการเกลี่ยวงเงินลงทุนหรือค่าใช้จ่ายระหว่างรายการที่มีการเปิดเผยข้อมูลไว้ในหนังสือชี้ชวน ซึ่งระยะเวลาการใช้เงินยังคงเดิม รวมทั้งที่ประชุมมีมติอนุมัติการลงทุนโครงการขยายกำลังการผลิตผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มน้ำผลไม้และ/หรือเครื่องน้ำผลไม้ประเภทอัดแก๊ส บรรจุขวด PET โดยบริษัทฯ จะลงทุนในอาคาร โครงสร้างของอาคาร เครื่องจักร และระบบต่างๆ เป็นมูลค่าการลงทุนประมาณ 650 ล้านบาท
เหตุการณ์สำคัญ
เดือนพฤษภาคม
เปิดตัวผลิตภัณฑ์น้ำกะทิผสมสารสกัดจากสมุนไพรต่างๆ เช่น ขิง,ขมิ้น, ตะไคร้ และผงกะหรี่ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทำอาหารที่มีส่วนประกอบของน้ำกะทิและกลิ่นรสของสมุนไพร โดยเน้นไปที่ตลาดอเมริกาและยุโรป
เดือนมิถุนายน
เปิดตัวผลิตภัณฑ์ชุดเครื่องปรุงอาหารไทย (Cooking kits) 5 สูตร แกงแดง แกงเขียวหวาน แกงมัสมั่น ต้มยำ และต้มข่า แต่ละชุดประกอบด้วย กะทิบรรจุกล่องยูเอชที ขนาด 250 มล. พริกแกง ขนาด 50 กรัม (หรือผงปรุงรสต้มยำ,ต้มข่า) และผักแห้ง ซึ่งผู้บริโภคสามารถปรุงอาหารไทยตามสูตรที่ระบุข้างกล่อง และใส่ผักหรือเนื้อสัตว์ ได้เองตามใจชอบ โดยจะมุ่งเน้นไปตลาดอเมริกาและยุโรป
เดือนสิงหาคม
บริษัทจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทย่อยซึ่งได้แก่ บริษัท ไทย แพลนท์ เบส ฟู้ด จำกัด (“TPF”) จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2565 ด้วยทุนจดทะเบียนเท่ากับ 5,000,000 บาท โดยบริษัทถือหุ้นทั้งสิ้นจำนวน 49,700 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 99.40 ของทุนจดทะเบียนที่ออกและชำระแล้ว ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับ การผลิตและจำหน่ายผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารเพื่อสุขภาพจากโปรตีนพืช (Plant base food) โดยมีที่ตั้งสำนักงานตั้งอยู่เลขที่ 108/126 หมู่ 5 ซอยแจ้งวัฒนะ 20 ถนนแจ้งวัฒนะ ตำบลปากเกร็ด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี
เดือนตุลาคม
เปิดตัวผลิตภัณฑ์ไข่น้ำแช่แข็ง (ผำ) “Frozen Wolffia cube” เป็นพืชน้ำชนิดเล็กที่สุดในโลก ที่อุดมไปด้วยโปรตีนชนิดเดียวกันกับโปรตีนที่มีอยู่ในเนื้อสัตว์ (Complete protein) และวิตามินบี 12 ที่ไม่พบในพืชชนิดอื่น โดยสามารถนำไปประกอบอาหารต่างๆเช่น น้ำสลัด, สมูทตี้, ซอสพาสต้า และผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ ต่างๆ ซึ่งเป็นที่รู้จักในตลาดอเมริกา ได้รับรางวัล Silver award จากงาน SIAL INNOVATION PARIS 2022
เดือนพฤศจิกายน
พฤศจิกายน เปิดตัวผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมทานแกงอินเดีย บรรจุใส่ถุงอลูมิเนียม ขนาด 250 กรัม โดยผู้บริโภคสามารถเทใส่ภาชนะ แล้วอุ่นให้ร้อนเพียง 2 นาทีโดยไมโครเวฟ ก็สามารถรับประทานได้ทันที
เดือนพฤศจิกายน
เข้าลงทุนโดยการเข้าซื้อหุ้นของบริษัท ไทย ออซัม จำกัด (TAS) จำนวน 1,176,450 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 98.04 ของจำนวนหุ้นทั้งหมดของ TAS ซึ่งจัดตั้งบริษัทเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2561 มีทุนจดทะเบียน ณ ขณะนั้นจำนวน 120,000,000 บาท ประกอบธุรกิจหลักเป็นผู้ผลิตและส่งออกอาหารและผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยง โดยจัดจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ
เดือนธันวาคม
เปิดตัวผลิตภัณฑ์ทองม้วนไม่มีส่วนประกอบของไข่ (Vegan coconut roll (No egg)) เหมาะสำหรับผู้ที่ทานมังสวิรัติ และเพื่อให้ผลิตภัณฑ์สามารถส่งเข้าไปขายในแถบประเทศยุโรป จึงพัฒนาสูตรที่ไม่มีส่วนประกอบของไข่
เหตุการณ์สำคัญ
เดือนมกราคม
บริษัทมีการซื้อเครื่องจักร Boiler น้ำมันเตา กำลังการผลิต 12 ตันเพื่อรองรับการเพิ่มกำลังการผลิต
เดือนมีนาคม
บริษัทมีการซื้อเครื่องจักรเพื่อเพิ่มกำลังการผลิต น้ำกะทิบรรจุกล่องขนาด 200 ml. และสร้างโรงผลิตน้ำ กำลังการผลิต 100 ตันต่อชั่วโมง
เดือนเมษายน
บริษัทจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทร่วมค้าซึ่งได้แก่ บริษัท จัสท์ไลค์ แอนด์ มอร์ จำกัด (“JLM”) จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2564 ด้วยทุนจดทะเบียนเท่ากับ 1,000,000 บาท โดยบริษัทถือหุ้นทั้งสิ้นจำนวน 119,997 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 59.99 ของทุนจดทะเบียนที่ออกและชำระแล้ว ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชีสและเนยที่ทำจากพืช มีที่ตั้งสำนักงานตั้งอยู่เลขที่ 108/126 หมู่ 5 ซอยแจ้งวัฒนะ 20 ถนนแจ้งวัฒนะ ตำบลปากเกร็ด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี
เดือนพฤษภาคม
เปิดตัวผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มโยเกิร์ตจากนมมะพร้าว “Plant based coconut yogurt drink” THAICOCO Brand เป็นเครื่องดื่มโยเกิร์ตทางเลือก สำหรับผู้บริโภคผู้บริโภคที่แพ้แลคโตสที่มีอยู่ในนมวัว และผู้บริโภคมังสวิรัติ โดยเน้นตลาดจีน
เดือนมิถุนายน
เปิดตัวผลิตภัณฑ์น้ำแกงสำเร็จรูป มี 4 รสชาติ น้ำแกงแดง, น้ำแกงเขียวหวาน, น้ำแกงมัสมั่น, น้ำต้มยำ และน้ำต้มข่า โดยเน้นรสชาติไทยแท้ (Thai Authentic) บรรจุใส่ประป๋อง ขนาด 400 กรัม และ ถุงอลูมิเนียม ขนาด 250 กรัม โดยเน้นเข้าตลาดอเมริกาและยุโรป
เดือนกรกฎาคม
กรกฎาคม เปิดตัวผลิตภัณฑ์น้ำกะทิ บรรจุถุงอลูมิเนียม ขนาด 250 มล. สำหรับขายปลีก ที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต และ ขนาด 3 กก. สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม และฟู้ดส์เซอร์วิส (Food service)
เดือนสิงหาคม
สิงหาคม บริษัทมีการซื้อเครื่องจักร Boiler ถ่านหิน กำลังการผลิต 10 ตันเพื่อรองรับการเพิ่มกำลังการผลิต
เดือนสิงหาคม
สิงหาคม บริษัทมีการซื้อเครื่องจักร Boiler ถ่านหิน กำลังการผลิต 10 ตันเพื่อรองรับการเพิ่มกำลังการผลิต
เดือนตุลาคม
เปิดตัวผลิตภัณฑ์นมโอ๊ต (Plant based oat milk) และนมอัลมอนท์ (Plant based almond milk) บรรจุใส่กล่องยูเอชที ขนาด 330 มล., 1000 มล. สำหรับผู้บริโภคผู้บริโภคที่แพ้แลคโตสที่มีอยู่ในนมวัว และผู้บริโภคมังสวิรัติ โดยเน้นตลาดญี่ปุ่น
เดือนพฤศจิกายน
เปิดตัวผลิตภัณฑ์นมมะพร้าวกาแฟ (Plant based coconut coffee) บรรจุขวดแก้ว ขนาด 280 มล จำนวน 3 รสชาติ (เอสเพรสโซ่ ลาเต้ คาปูชิโน) เป็นเครื่องกาแฟ ที่ไม่มีส่วนประกอบของนมวัว สำหรับผู้บริโภคผู้บริโภคที่แพ้แลคโตสที่มีอยู่ในนมวัว และผู้บริโภคมังสวิรัติ
เดือนพฤศจิกายน
บริษัทมีการซื้อเครื่องจักรเพื่อเพิ่มกำลังการผลิต น้ำมะพร้าวบรรจุกล่องขนาด 500 ml.และ 1000 ml. และมีการก่อสร้างอาคารสำนักงาน 8 ชั้นเพื่อเป็นอาคารสำนักงานใหญ่
เหตุการณ์สำคัญ
เดือนกุมภาพันธ์
บริษัทซื้อเครื่องจักรเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมะพร้าวบรรจุกล่อง ขนาดบรรจุ 330 ml.
เดือนมีนาคม
บริษัทได้รับมาตรฐาน Organic EU Certification Body : Control union (CU) ครบกำหนดอายุในวันที่ 17 มีนาคม 2564
เดือนเมษายน
บริษัทซื้อเครื่องจักรเพื่อเพิ่มไลน์ผลิตภัณฑ์ โยเกิร์ตจากน้ำมะพร้าว
เดือนพฤษภาคม
เปิดตัวสินค้าใหม่ ผลิตภัณฑ์ทองม้วน “Coconut roll” THAICOCO Brand ทำจากวัตถุดิบมะพร้าวคั้นสด ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักจากโรงงาน และกระบวนการผลิตที่พิถีพิถัน ทำให้เป็นที่ตอบรับอย่างดี กับกลุ่มลูกค้าประเทศจีน
เดือนกรกฎาคม
บริษัทซื้อเครื่องจักรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในส่วนของการฆ่าเชื้อผลิตภัณฑ์บรรจุกระป๋อง (เตารีทอร์ท)
เดือนสิงหาคม
สร้างอาคารผลิตและคลังสินค้าเพื่อใช้สำหรับการผลิตอาหารสัตว์ของ TAS และจัดสร้างระบบไฟฟ้า Solar roof top กำลังการผลิต 981.18 กิโลวัตต์
เดือนตุลาคม
เปิดตัวสินค้าใหม่ ผลิตภัณฑ์กลุ่มสินค้าที่ไม่มีนมเป็นส่วนประกอบ (Non-Dairy product) จำนวน 3 รายการ นมมะพร้าวข้นหวาน (Sweetened condensed coconut milk) นมมะพร้าวข้นจืด (Evaporated coconut milk) และวีปครีมนมมะพร้าว (Whipping cream coconut milk) เพื่อตอบสนองความต้องการตลาดอเมริกาและยุโรป ตามกระแสนิยมผลิตภัณฑ์จากพืชและมะพร้าว
เหตุการณ์สำคัญ
เดือนมีนาคม
มีนาคม บริษัทได้รับมาตรฐาน Organic EU Certification Body : Control union (CU) ครบกำหนดอายุในวันที่ 17 มีนาคม 2563
เดือนสิงหาคม
บริษัทได้รับมาตรฐาน BRC Global Standard for Food Safety Issue 8 & FSMA & Costc Certification Body : SGS วันที่รับรองมาตรฐาน 7 สิงหาคม 2562 ถึงวันที่ 24 กันยายน 2563
เดือนตุลาคม
บริษัทได้รับมาตรฐาน IFS Food version 6.1 Certification Body : SGS วันที่รับรองมาตรฐาน 21 ตุลาคม 2562 ถึงวันที่ 16 กันยายน 2564
เดือนพฤศจิกายน
บริษัทได้รับมาตรฐาน GMP Codex Alimentarius ,HACCP Codex Certification Body : SGS Alimentarius วันที่รับรองมาตรฐาน 6 กันยายน 2562 ถึงวันที่ 6 พฤศจิกายน 2025
เหตุการณ์สำคัญ
เดือนมกราคม
จดทะเบียนการส่งออกสินค้าน้ำมะพร้าว ไปยัง ห้างสรรพสินค้า Tottus ประเทศ Chile ทวีป อเมริกาใต้
เดือนกุมภาพันธ์
บริษัทซื้อเครื่องจักรเพื่อเพิ่มสายงานการผลิต Snackbar
เดือนมีนาคม
ดำเนินการต่ออายุมาตฐาน Organic EU Certification Body : Control union (CU) ครบกำหนดอายุในวันที่ 17 มีนาคม 2562
เดือนกรกฎาคม
กรกฎาคม เปิดตัวสินค้า “Roasted coconut bite” เป็นขนมทานเล่น ที่มีประโยชน์ มีส่วนประกอบเนื้อมะพร้าวคั่วและส่วนผสมของธัญพืช ต่างๆ โดยได้รับรางวัล Selection SIAL INNOVATION
เดือนสิงหาคม
ได้รับมาตรฐาน BRC Global Standard for Food Safety Issue 8 & FSMA & Costc Certification Body : SGS วันที่รับรองมาตรฐาน 7 สิงหาคม 2561 ถึงวันที่ 24 กันยายน 2562
เดือนตุลาคม
ได้รับมาตราฐาน Organic USDA/NOP & USCOEA Certification Body : Control union (CU) ครบกำหนดอายุในวันที่ 25 ตุลาคม 2562
เดือนพฤศจิกายน
ได้รับมาตรฐาน GMP Codex Alimentarius ,HACCP Codex Certification Body : SGS Alimentarius วันที่รับรองมาตรฐาน 26 กันยายน 2561 ถึงวันที่ 6 กันยายน 2562
เหตุการณ์สำคัญ
เดือนกุมภาพันธ์
เปิดตัวเครื่องดื่มน้ำมะพร้าวอัดแก๊ส "Sparking Coconut Water " ภายใต้แบรด์ BLANC COCO และได้รับรางวัล Gulf Food Award จากงานแสดงสินค้า Gulf Food จากประเทศดูไบ
เดือนกุมภาพันธ์
บริษัทมีการก่อสร้างอาคารผลิตและเริ่มซื้อเครื่องจักรเพื่อเพิ่มไลน์ผลิตผ่าน้ำมะพร้าวอ่อน (PD3)
เดือนเมษายน
บริษัทซื้อเครื่องจักรเพิ่มกำลังการผลิตไลน์สีคั้นเพิ่มเติม
เดือนพฤษภาคม
เปิดตัวสินค้าใหม่ ประเภทเครื่องดื่มนมมะพร้าว (Coconut Milk Beverage) บรรจุขวดแก้ว ขนาด 280 ml. และ น้ำมะพร้าว UHT ขนาด 330 ml. เป็นเครื่องดื่มนมมะพร้าว ผสมธัญพืชต่างๆ เช่น เครื่องดื่มนมมะพร้าวผสมอัลมอนท์ ผสมงาดำ ผสมข้าว เป็นต้น ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีในตลาดอเมริกา ยุโรป ซึ่งเป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้บริโภคที่แพ้แลคโตสที่มีส่วนผสมของนมวัว และกลุ่มผู้บริโภคมังสวิรัติ
เดือนมิถุนายน
เปิดตัวสินค้าใหม่ ผลิตภัณฑ์มะพร้าวอบกรอบ (Coconut Chip) เป็นขนมทานเล่น ที่ผ่านกรรมวิธีโดยการอบ ประกอบด้วย 4 รสชาติ ผสมกับเครื่องปรุงรส (Seasoning) ทำให้ได้รสชาติมะพร้าวอบกรอบที่แปลกใหม่ เช่น รสซาวน์ครีมและหัวหอม รสสไปซี่ชีส (Spicy cheese) และ รสโยเกิร์ต (Yogurt) เป็นต้น เป็นที่ชื่นชอบของลูกค้ากลุ่มตลาดอเมริกา, ยุโรป และ จีน
เดือนสิงหาคม
สิงหาคม ดำเนินการต่ออายุมาตรฐาน GMP Codex Alimentarius จาก SGS วันที่รับรองมาตรฐาน 16 สิงหาคม 2560 ถึงวันที่ 6 พฤศจิกายน 2562
เดือนสิงหาคม
ดำเนินการต่ออายุมาตรฐาน HACCP Codex Alimentarius จาก SGS วันที่รับรองมาตรฐาน 16 สิงหาคม 2560 ถึงวันที่ 6 พฤศจิกายน 2562
เดือนตุลาคม
ตุลาคม ดำเนินการต่ออายุมาตรฐาน BRC Global Standard for Food Safety Certification Body : SGS วันที่รับรองมาตรฐาน 04 ตุลาคม 2560 ถึงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2561
เดือนตุลาคม
ตุลาคม ดำเนินการต่ออายุมาตรฐาน IFS Food version 6.1 Certification Body : SGS วันที่รับรองมาตรฐาน 27 กันยายน 2560 ถึงวันที่ 21 ตุลาคม 2561
เดือนตุลาคม
บริษัทได้รับ Organic USDA/NOP & USCOEA Certification Body : Control union (CU) Anniversary ครบกำหนดอายุในวันที่ 25 ตุลาคม 2561
เหตุการณ์สำคัญ
เดือนมกราคม
บริษัทจดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัดเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2558 โดยมีชื่อว่า ”บริษัท ไทย โคโคนัท จำกัด (มหาชน)” และได้เปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นที่ตราไว้จาก 100 บาทต่อหุ้นเป็น 1 บาทต่อหุ้น รวมทั้งได้เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 400 ล้านบาท เป็น 550 ล้านบาท
เดือนมีนาคม
มีนาคม บริษัทได้รับการรับรองมาตรฐาน GMP Codex และ HACCP ตามมาตรฐานเกษตรไทย จากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งมีอายุการรับรองถึงเดือนมีนาคม 2561
เดือนสิงหาคม
ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 2/2558 เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2558 ได้มีมติให้เปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้จาก 1 บาทต่อหุ้น เป็น 0.50 บาทต่อหุ้น
เหตุการณ์สำคัญ
เดือนเมษายน
บริษัทได้รับการรับรองมาตรฐาน Kosher สำหรับผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว แยมและน้ำผลไม้ จาก Union of Orthodox Jewish, America เพื่อใช้ในการจำหน่ายสินค้าให้กับกลุ่มผู้บริโภคที่เป็นชาวยิวในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีอายุการรับรองถึงเดือนมีนาคม 2558
เดือนตุลาคม
บริษัทจดทะเบียนการค้าเครื่องหมายการค้าของบริษัท คือ “Thai Coco” ในประเทศนิวซีแลนด์
เดือนพฤศจิกายน
บริษัทได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุน เลขที่ 2429(2)/2557 ในกิจการผลิตเครื่องดื่มจากพืชผักผลไม้ เช่น น้ำมะพร้าวบรรจุภาชนะผนึก น้ำมะพร้าวปรุงแต่งรสชาติบรรจุภาชนะผนึก และน้ำกะทิพร้อมดื่มปรุงแต่งรสชาติบรรจุภาชนะผนึก เป็นต้น ประเภท 1.11 กิจการผลิตหรือถนอมอาหารหรือสิ่งปรุงแต่งอาหารโดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย (ยกเว้นการผลิตน้ำดื่ม และไอศกรีม) โดยได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลา 8 ปี
เดือนธันวาคม
บริษัทได้ว่าจ้างผู้ผลิตภายนอกเพื่อผลิตเครื่องสำอางจากผลิตภัณฑ์มะพร้าว ภายใต้เครื่องหมายการค้า “KOKOS” โดยเป็นการจำหน่ายเฉพาะการส่งออกไปยังต่างประเทศเท่านั้น
เหตุการณ์สำคัญ
เดือนมกราคม
บริษัทได้รับการรับรองมาตรฐาน Global Standard For Food Safety (BRC) สำหรับผลิตภัณฑ์จากน้ำมะพร้าว น้ำผลไม้ แยมที่ผ่านกระบวนการพาสเจอไรซ์ สเตอริไรซ์ และแช่แข็งโดยบรรจุในถุงปลอดเชื้อ กระป๋องอลูมิเนียม กล่องกระดาษปลอดเชื้อและขวดแก้ว เป็นต้น จากบริษัท เอสจีเอส สหราชอาณาจักร จำกัด (SGS) ซึ่งได้รับการต่ออายุการรับรองถึงเดือนกันยายน 2559
เดือนมีนาคม
บริษัทได้ทดลองเริ่มผลิตผลิตภัณฑ์สินค้าภายใต้ตราสินค้า “Thai Coco”
เดือนมิถุนายน
บริษัทได้รับหนังสือสำคัญให้ใช้เครื่องหมายรับรอง “ฮาลาล” สำหรับผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว แยมและน้ำผลไม้ จากสำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ซึ่งได้รับการต่ออายุการรับรองถึงเดือนมิถุนายน 2559
เดือนธันวาคม
บริษัทได้เพิ่มทุนชำระแล้วจาก 250 ล้านบาท เป็น 400 ล้านบาท โดยเสนอขายต่อผู้ถือหุ้นเดิม เพื่อลงทุนในเครื่องจักรสำหรับผลิตผลิตภัณฑ์กะทิและ UHT เพิ่มเติมและใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
เหตุการณ์สำคัญ
เดือนมีนาคม
บริษัทได้เพิ่มทุนชำระแล้วจาก 150 ล้านบาท เป็น 200 ล้านบาท โดยจำหน่ายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม สำหรับซื้อโรงงานและเครื่องจักรและอุปกรณ์เพิ่มเติม
เดือนกรกฏาคม
บริษัทได้เริ่มซื้อเครื่องจักรสำหรับผลิตน้ำผลไม้
เดือนสิงหาคม
บริษัทได้เพิ่มทุนชำระแล้วจาก 200 ล้านบาท เป็น 250 ล้านบาท โดยจำหน่ายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม เพื่อซื้อโรงงาน
เดือนสิงหาคม
บริษัทได้เริ่มซื้อเครื่องจักรสำหรับผลิตแยมผลไม้
เดือนตุลาคม
บริษัทได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001:2008 สำหรับการผลิตน้ำกะทิ น้ำมะพร้าว เครื่องแกง และมะพร้าวฝอยอบแห้ง ซึ่งบรรจุในถุงปลอดเชื้อ และกระป๋องจากบริษัท เอสจีเอส (ประเทศไทย) จำกัด (SGS) ซึ่งมีอายุรับรองถึงเดือนตุลาคม 2558 อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันบริษัทได้ยกเลิกใบรับรอง ISO ดังกล่าวตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปี 2557 แต่ได้ใช้ใบรับรองอื่น เช่น Global Standard For Food Safety (BRC) ซึ่งเป็นใบรับรองมาตรฐานด้านการผลิตผลิตภัณฑ์อาหารเช่นกัน แต่มีมาตรฐานที่สูงกว่า โดยสามารถใช้ทดแทนกันได้และเป็นที่ยอมรับกันสำหรับต่างประเทศ เป็นต้น
เดือนตุลาคม
บริษัทได้รับการรับรองมาตรฐาน International Food Standard (IFS) สำหรับผลิตภัณฑ์จากน้ำกะทิ น้ำมะพร้าว มะพร้าวฝอยอบแห้ง น้ำผลไม้ แยม โดยบรรจุในถุงปลอดเชื้อ ถุงพลาสติก กระป๋องดีบุก กล่องกระดาษปลอดเชื้อ และขวดแก้ว เป็นต้น จาก SGS International Certification Services Gmbh ซึ่งได้รับการต่ออายุการรับรองถึงเดือนมกราคม 2559
เดือนกรกฏาคม
บริษัทได้รับการรับรองมาตรฐาน Sedex จากบริษัท เอสจีเอส (ประเทศไทย) จำกัด (SGS) ซึ่งได้รับการต่ออายุการรับรองถึงเดือนกรกฏาคม 2558 โดยปัจจุบันบริษัทได้รับการเข้าตรวจสอบจาก SGS ประเทศไทย และได้รับการขึ้นรายชื่อในระบบ Sedex เรียบร้อยแล้ว โดยการรับรองดังกล่าวจะมีอายุถึงเดือนกรกฎาคม 2559
เหตุการณ์สำคัญ
เดือนมิถุนายน
บริษัทได้เริ่มซื้อเครื่องจักรสำหรับผลิตน้ำกะทิ
เดือนมิถุนายน
บริษัทได้รับการรับรองมาตรฐาน TAS 9023-2007 GMP Codex Alimentarius และ TAS 9024-2007 HACCP Codex Alimentarius สำหรับผลิตภัณฑ์จากน้ำกะทิ น้ำมะพร้าว น้ำผลไม้ แยมที่ผ่านกระบวนการพาสเจอไรซ์ สเตอริไรซ์ และแช่แข็งโดยบรรจุในถุงปลอดเชื้อ ถุงพลาสติก กระป๋องอลูมิเนียม กระป๋องดีบุก กล่องกระดาษปลอดเชื้อและขวดแก้ว เป็นต้น จากบริษัท เอสจีเอส (ประเทศไทย) จำกัด (SGS) ซึ่งได้รับการต่ออายุการรับรองถึงเดือนพฤศจิกายน 2559
เดือนกันยายน
บริษัทได้เพิ่มทุนชำระแล้วจาก 50 ล้านบาท เป็น 100 ล้านบาท โดยจำหน่ายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม เพื่อลงทุนในเครื่องจักรเพิ่มเติมและใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
เดือนธันวาคม
บริษัทได้เพิ่มทุนชำระแล้วจาก 100 ล้านบาท เป็น 150 ล้านบาท โดยจำหน่ายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
เดือนธันวาคม
บริษัทได้จดทะเบียนรายชื่อผู้ผลิตสินค้าของสำนักงานอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกา (U.S. Food and Drug Administration หรือ FDA) เพื่อส่งออกสินค้าของบริษัทจำหน่ายในประเทศสหรัฐอเมริกา
เหตุการณ์สำคัญ
เดือนมกราคม
บริษัทได้เพิ่มทุนชำระแล้วจาก 5 ล้านบาท เป็น 25 ล้านบาท โดยจำหน่ายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
เดือนกันยายน
บริษัทได้เพิ่มทุนชำระแล้วจาก 35 ล้านบาท เป็น 50 ล้านบาท โดยจำหน่ายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
เดือนกันยายน
บริษัทได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุน เลขที่ 2007(2)/2553 ในกิจการผลิตผลิตภัณฑ์พืชผักผลไม้ เช่น น้ำกะทิบรรจุภาชนะผนึก มะพร้าวแช่แข็ง และน้ำมะพร้าวแช่เย็นบรรจุภาชนะผนึก เป็นต้น ประเภท 1.11 กิจการผลิตหรือถนอมอาหารหรือสิ่งปรุงแต่งอาหารโดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย (ยกเว้นการผลิตน้ำดื่ม และไอศกรีม) โดยได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลา 8 ปี
เหตุการณ์สำคัญ
เดือนกันยายน
บริษัทได้เพิ่มทุนชำระแล้วจาก 1 ล้านบาท เป็น 5 ล้านบาท โดยจำหน่ายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
เดือนธันวาคม
บริษัทได้จดทะเบียนเปลี่ยนชื่อบริษัทจาก “บริษัท ซี แอนด์ เอ อินเตอร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด” เป็น “บริษัท ไทย โคโคนัท จำกัด”
เดือนธันวาคม
บริษัทได้เพิ่มทุนชำระแล้วจาก 50 ล้านบาท เป็น 100 ล้านบาท โดยจำหน่ายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม เพื่อลงทุนในเครื่องจักรเพิ่มเติมและใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
เดือนธันวาคม
บริษัทได้เริ่มสั่งซื้อเครื่องจักรเพื่อบรรจุน้ำกะทิแบบ ยูเอชที
เหตุการณ์สำคัญ
เดือนตุลาคม
ตุลาคม ได้จัดตั้งบริษัทในชื่อ บริษัท ซี แอนด์ เอ อินเตอร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 ด้วยทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท เพื่อประกอบธุรกิจในลักษณะซื้อมาขายไป (Trading Firm) ในกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปต่างๆ รวมทั้งน้ำกะทิเพื่อนำไปจำหน่ายโดยการส่งออกไปยังต่างประเทศ
