EXPERIENCE
THAILAND
FROM HOME

INVESTOR RELATIONS


History

ประวัติความเป็นมา

ด้วยความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าที่ต้องการให้ตราสินค้าของคนไทยได้เป็นที่รู้จักและยอมรับในระดับสากลประกอบกับวิสัยทัศน์ที่เล็งเห็นถึงโอกาสในการนำเครื่องปรุงรสอาหารไทยไปใช้ในการประกอบอาหารที่หลากหลายสำหรับชาวต่างชาติ บริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด จำกัด จึงได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 7 มกราคา 2542 โดยนายจิตติพร จันทรัช และนางสาววาสนา จันทรัช ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 1,000,000 บาท เพื่อประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องปรุงรสและเครื่องประกอบอาหาร โดยในช่วงแรกของการดำเนินธุรกิจ บริษัทเริ่มต้นจากการว่าจ้างผู้ประกอบการรายอื่นในการผลิตสินค้าตามสูตรที่บริษัทพัฒนาและนำมาจัดจำหน่ายภายใต้ตราสินค้า “EXOTIC FOOD” ของบริษัท จากนั้น ในปี 2543 บริษัทได้ลงทุนก่อสร้างโรงงานของตนเองโดยตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง จ.ชลบุรี และได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนในกิจการผลิตภัณฑ์จากพืชผัก ผลไม้ ประเภท 1.1 กิจการผลผลิตหรือถนอนอาหารหรือสิ่งปรุงแต่งอาหาร เพื่อการส่งออก



นับตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง บริษัท บริษัทมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นกระบวนการผลิตสินค้าที่ได้รับการรับรองคุณภาพมาตราฐานระดับสากลและคิดค้นผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของบริษัทอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่โดดเด่น งดงาม มีเอกลักษณ์ความเป็นไทยและสะดวกต่อการใช้งาน ประกอบกับการมุ่งเน้นการสร้างตราสินค้าของบริษัทให้เป็นที่รู้จักอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บริษัทได้รับรางวัลผู้ส่งออกสินค้าและบริการดีเด่น ประจำปี 2555 (Prime Minister’s Export Award 2012) ประเภทใช้ตราสินค้าของตนเอง และปัจจุบันบริษัทมีสินค้ากว่า 200 สูตรที่ส่งขายไปยังประเทศต่างๆ กว่า 50 ประเทศทั่วโลก ภายใต้ตราสินค้า EXOTIC FOOD, THAI PRIDE, FLYING GOOSE, COCO LOTO และอื่นๆของบริษัท


สำหรับประวัติความเป็นมาและพัฒนาการที่สำคัญของบริษัท

มกราคม เริ่มจัดตั้งบริษัทชื่อ “บริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด จำกัด” ด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท มูลค้าที่ตราไว้ของหุ้นสามัญหุ้นละ 100.00 บาท เพื่อดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ประเภทซอส น้ำจิ้ม และเครื่องแกงต่างๆ
ธันวาคม เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 5 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน และ เปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้ของหุ้นสามัญจากหุ้นละ 100 บาท เป็นหุ้นละ 10 บาท
ตุลาคม เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 15 ล้านบาท ตามเงื่อนไขของคณะกรรมการ ส่งเสริมการลงทุน และเพื่อลงทุนก่อสร้างโรงงานที่นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง จ.ชลบุรี
พฤศจิกายน ได้รับการส่งเสริมจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในกิจการ ผลิตผลิตภัณฑ์จากพืชผัก ผลไม้ ประเภท 1.1 กิจการผลิตหรือถนอนอาหารหรือสิ่งปรุงแต่งอาหาร ตามบัตรส่งเสริมการลงทุนเลขที่ 1674(1)/2543
- ได้รับรางวัลการออกแบบผลิตภัณฑ์ดีเด่น (Good Packing Design 2000 Award) จาก ดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
พฤศจิกายน ผ่านเกณฑ์รับรอง HACCP จาก SGS (Thailand) Limited Systems & Services Certification โดยเป็นบริษัทแรกของประเทศไทย สำหรับผู้ผลิตและส่งออกสินค้าประเภทน้ำจิ้มไก่
- ผ่านเกณฑ์รับรอง HALAL จาก The Central Islamic Committee of Thailand
- ผ่านเกณฑ์รับรอง GMP จาก SGS (Thailand) Limited System & Services Certification
- ได้รับอนุญาติให้ใช้สัญลักษณ์ “ตราประเทศไทย” หรือ Country Logo ซึ่งมีคำว่า “Thailand : Land of Diversity & Refinement” จากกรมส่งเสริมการส่งออก
- ผ่านเกณฑ์รับรอง IFS จาก SGS Germany Gmbh โดยเป็นบริษัทแรกของประเทศไทย สำหรับผู้ผลิตและส่งออกสินค้าประเภทซอสพริกและน้ำจิ้มไก่
- เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 35 ล้านบาท เพื่อลงทุนซื้อเครื่องจักร และลงทุนก่อสร้างคลังสินค้าในพื้นที่โรงงาน
- เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 100 ล้านบาท เพื่อลงทุนขยายโรงงาน และเป็นเงินทุนหมุนเวียน
- ผ่านเกณฑ์รับรองของสมาคมผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกของสหราชอาณาจักร (The British Retail Consortium, BRC) ซึ่งใช้กับบริษัทที่ต้องการส่งผลิตภัณฑ์อาหารให้แก่ผู้ค้าปลีกในเครือสมาพันธ์ผู้ค้าปลีกอังกฤษและยุโรป
มกราคม ได้รับรางวัลผู้ส่งออกสินค้าและบริการดีเด่น ประจำปี 2555 (Prime Minister’s Export Award 2012) ประเภทใช้ตราสินค้าตนเอง
ตุลาคม ซื้อที่ดินขนาด 12 ไร่ 3 งาน 2.8 ตารางวาที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จ. ชลบุรี เพื่อก่อสร้างโรงงานแห่งที่ 2 ของบริษัท
เมษายน เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 100 ล้านบาท เป็น 140 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้ ของหุ้นสามัญหุ้นละ 10 บาท เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
ธันวาคม - ดำเนินการแปรสภาพบริษัทเป็นมหาชน และเปลี่ยนชื่อจาก “บริษัท เอ็ก โซติค ฟู้ด จำกัด” เป็น “บริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด จำกัด (มหาชน)” เพื่อนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
- เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 140 ล้านบาท เป็น 175 ล้านบาท และเปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้ของหุ้นสามัญจากหุ้นละ 10 บาท เป็นหุ้นละ 0.50 บาท ซึ่งทำให้จำนวนหุ้นสามัญที่จดทะเบียนไว้เพิ่มขึ้นจาก 17,500,000 หุ้น เป็น 350,000,000 หุ้น
  - บริษัทได้เสนอขายหุ้นสามัญที่ออกใหม่แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรกและเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ในวันที่ 25 สิงหาคม 2558
- วัตถุประสงค์ของการเพิ่มทุนเพื่อซื้อเครื่องจักร อุปกรณ์ และก่อสร้างโรงงานใหม่ เพื่อขยายกำลังการผลิต และเพิ่มประสิทธิภาพการวางแผนการผลิต รองรับการเติบโตของยอดขายในอนาคตคาดจะแล้วเสร็จในปลายปี 2558
- เงินเพิ่มทุนบางส่วนใช้ เพื่อชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน และเป็นเงินทุนหมุนเวียน
- สำหรับปี 2558 บริษัทมีแผนเน้นจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในแถบอาเซียน และสหรัฐอเมริกามากขึ้น เช่น สิงคโปร์ มาเลเซียน ฟิลิปปินส์ และอินโดนิเชีย และปี 2559 จะเจาะตลาดประเทศจีน และออสเตรเลีย
  - เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 175 ล้านบาท เป็น 176.75 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้ ของหุ้นสามัญหุ้นละ 0.50 บาท เพื่อรองรับการใช้สิทธิของใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญให้แก่พนักงานของบริษัทสำหรับปี 2558 จำนวนไม่เกิน 3,500,000 หน่วย ต่อ 1 หุ้นสามัญ โดยมีข้อกำหนดและเงื่อนไขการเสนอขายตามที่ได้รับความเห็นชอบแลเวจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัท
  - เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 176.75 ล้านบาท เป็น 211.85 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้ของหุ้นสามัญหุ้นละ 0.50 บาท เพื่อรองรับการใช้สิทธิของใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อ หุ้นสามัญให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม จำนวนไม่เกิน 70,000,000 หน่วย และเพื่อรองรับการปรับสิทธิสำหรับใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญให้แก่พนักงาน
- รับรางวัลแห่งความภาคภูมิใจ “ESG 100 Certificate” ประจำปี 2559 จากสถาบันไทยพัฒน์ ในฐานะเป็น 1 ใน 100 บริษัทจดทะเบียนคุณภาพ (และเป็นเพียง 1 ใน 4 บริษัทหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาด mai) จากการคัดเลือกทั้งหมด 621 บริษัทจดทะเบียน ที่นอกจากมีผลการดำเนินงานโดดเด่นแล้วยังให้ความสำคัญในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ตอบโจทย์เป็นหุ้นยั่งยืน
- โรงงานแห่งที่ 2 ที่นิคมอุตสาหกรรอมตะซิตี้ เริ่มดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์