Sustainable Development

SUPER ENERGY CORPORATION Public Co,. Ltd.

นโยบายการกำกับดูแลกิจการ

คณะกรรมการบริษัทให้ความสำคัญในการกำหนดนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อเสริมสร้างให้บริษัท เติบโตได้ด้วยความมั่นคง โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ตามแนวทาง ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อให้ฝ่ายบริหารปฏิบัติตามในการกำกับดูแลกิจการ โดยมีรายละเอียดแบ่งเป็น 5 หมวด ดังนี้



หมวดที่ 1 : สิทธิของผู้ถือหุ้น

บริษัทได้กำหนดนโยบายในการกำกับดูแลกิจการโดยคำนึงถึงสิทธิของผู้ถือหุ้น เพื่อสร้างความมั่นใจว่าผู้ถือหุ้นทุกรายได้รับสิทธิพื้นฐานต่างๆ อันได้แก่ การซื้อขายหรือโอนหุ้น การได้รับส่วนแบ่งผลกำไรจากบริษัทฯ การได้รับข้อมูลของบริษัทฯ อย่างเพียงพอ การเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น การแสดงความคิดเห็นในที่ประชุมอย่างเป็นอิสระ การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในเรื่องสำคัญของบริษัทฯ ทั้งนี้ ผู้ถือหุ้นทุกรายมีสิทธิออกเสียงตามจำนวนหุ้นที่ถืออยู่ แต่ละหุ้นมีสิทธิออกเสียงหนึ่งเสียง โดยได้ดำเนินการดังต่อไปนี้

  • เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่สำคัญ และจำเป็นสำหรับผู้ถือหุ้นอย่างสม่ำเสมอ โดยผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัท และระบบข่าวของตลาดหลักทรัพย์ฯ
  • จัดส่งหนังสือนัดประชุมที่ระบุวัน เวลา สถานที่จัดประชุม และวาระการประชุมพร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ผู้ถือหุ้นอย่างครบถ้วน ได้แก่ แผนที่ของสถานที่จัดประชุม รายละเอียดของข้อมูลแต่ละวาระการประชุม รายงานประจำปี แบบหนังสือมอบฉันทะ และข้อมูลเกี่ยวกับกรรมการอิสระ เพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถเลือกที่จะมอบฉันทะให้เข้าประชุมแทนได้ ซึ่งในหนังสือนัดประชุมจะแจ้ง รายละเอียดของเอกสารที่ผู้ถือหุ้นจะต้องนำมาแสดงในวันประชุมด้วย รวมถึงข้อบังคับบริษัทฯ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการประชุมผู้ถือหุ้น ทั้งนี้ บริษัทฯ จะจัดส่งหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้นดังกล่าวภายในระยะเวลาที่กฎหมาย หรือประกาศที่เกี่ยวข้องกำหนด
  • ก่อนเริ่มการประชุม ประธานกรรมการแจ้งจำนวน/สัดส่วนผู้ถือหุ้นที่เข้าประชุม ทั้งที่มาด้วยตนเองและรับมอบฉันทะ จากนั้นชี้แจงวิธีการลงคะแนนเสียงและนับคะแนนเสียง โดยจัดให้มีคณะกรรมการตรวจนับคะแนน ซึ่งประกอบด้วย กรรมการอิสระ ผู้สอบบัญชี และเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ ดำเนินการตรวจนับคะแนนเพื่อความโปร่งใส และแสดงผลสรุปของคะแนน เสียงทุกวาระในห้องประชุม
  • เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นมีส่วนร่วมในระหว่างการประชุม โดยให้ผู้ถือหุ้นได้ซักถามในประเด็นต่างๆ ที่เป็นข้อสงสัย หรือแสดง ข้อคิดเห็นเพิ่มเติมได้ ก่อนที่จะลงคะแนนและสรุปมติที่ประชุมของแต่ละวาระ โดยที่กรรมการ และกรรมการบริหารที่ดำรงตำแหน่ง เฉพาะเรื่องต่างๆ จะร่วมชี้แจงรายละเอียด และตอบข้อซักถามของผู้ถือหุ้นด้วย
  • ให้สิทธิผู้ถือหุ้นที่มาร่วมประชุมผู้ถือหุ้นภายหลังเริ่มการประชุมแล้วมีสิทธิออกเสียงหรือลงคะแนนในระเบียบวาระที่อยู่ระหว่างการพิจารณาและยังไม่ได้ลงมติ
  • จัดให้มีกรรมการเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นทุกครั้ง เพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถซักถามในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้
  • ดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพในการสร้างความเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนแก่องค์กร เพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้รับผลตอบแทน ที่เหมาะสม

นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทให้ความสำคัญในการประชุมผู้ถือหุ้น และเคารพในสิทธิของผู้ถือหุ้น โดยปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด และให้ฝ่ายบริหารปฏิบัติด้วยความเสมอภาคอย่างเคร่งครัด ต่อผู้ถือหุ้นทุกราย

ในปี 2560 บริษัทได้จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2560 โดยในการประชุมดังกล่าวโดยมี นายจอมทรัพย์ โลจายะ ประธานคณะกรรมการ เป็นประธานที่ประชุม และมีกรรมการมาร่วมประชุม ดังนี้

  • นายกำธร อุดมฤทธิรุจ              รองประธานคณะกรรมการและประธานคณะกรรมการตรวจสอบ
  • นางสาววนิดา มัชฉิมานนท์        กรรมการและรองประธานคณะกรรมการตรวจสอบ
  • นางธีราวดี เสนีเศรษฐ              กรรมการและกรรมการตรวจสอบ
  • นางสาววรินทร์ทิพย์ ชัยสังฆะ     กรรมการบริษัท

ทั้งนี้ ในการประชุมผู้ถือหุ้นทุกครั้ง บริษัทได้มอบหมายให้บริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นนายทะเบียนหุ้นของบริษัท เป็นผู้จัดส่งหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้น อันประกอบด้วยวาระการประชุม และข้อมูลต่างๆ ที่เพียงพอต่อการตัดสินใจ ให้แก่ผู้ถือหุ้นทุกรายที่มีรายชื่อปรากฎอยู่ในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น ณ วันปิดสมุดทะเบียนผู้ถือ (XM) ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน ก่อนวันประชุม และได้ลงประกาศในหนังสือพิมพ์รายวันติดต่อกันไม่น้อยกว่า 3 วัน ก่อนวันประชุม เพื่อให้ผู้ถือหุ้นมีเวลาเพียงพอสำหรับศึกษาข้อมูลและวาระต่างๆ ในการประชุม

หมวดที่ 2 : การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน

สำหรับผู้ถือหุ้นที่ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ด้วยตนเอง บริษัทได้แนบหนังสือมอบฉันทะรูปแบบต่างๆ ไปพร้อมกับหนังสือเชิญประชุม ซึ่งผู้ถือหุ้นสามารถมอบฉันทะให้บุคคลอื่น โดยบริษัทเสนอให้มอบอำนาจให้กรรมการอิสระคนใดคนหนึ่ง เข้าประชุมแทน

สำหรับมาตรการป้องกันข้อมูลภายใน คณะกรรมการบริษัทกำหนดให้ผู้บริหาร ซึ่งได้แก่ คณะกรรมการ ผู้บริหาร ผู้ดำรงตำแหน่งสูงสุดทางบัญชีและการเงินรวมถึงเจ้าหน้าที่ทุกรายที่เกี่ยวข้องลงนามรับทราบมาตรการดูแลการใช้ข้อมูลภายใน โดยคณะกรรมการได้กำหนดให้กรรมการและผู้บริหารต้องรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือครองหลักทรัพย์ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ตามมาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ รวมทั้งได้กำหนดข้อห้ามไม่ให้มีการใช้ข้อมูลภายในที่ได้รับทราบจากการเป็นกรรมการ ผู้บริหาร หรือพนักงาน เพื่อประโยชน์ของตนในการซื้อขายหุ้นหรือหลักทรัพย์ของบริษัท ดังรายละเอียดที่เปิดเผยไว้ในหัวข้อการดูแลเรื่องการใช้ข้อมูลภายในหน้า 64 ซึ่งในระหว่างปีที่ผ่านมากรรมการและผู้บริหารได้ปฏิบัติตามนโยบายอย่างเคร่งครัด ไม่ปรากฎว่ามีใช้ข้อมูลภายในเพื่อประโยชน์ส่วนตน

หมวดที่ 3 : บทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย

คณะกรรมการบริษัทให้ความสำคัญในสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม โดยได้กำหนดนโยบายให้ฝ่ายบริหารวางระบบการบริหารและจัดการต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มด้วยความเสมอภาค เพื่อให้เกิดความร่วมมือกันระหว่างบริษัทและผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่างๆ อันจะเป็นการสร้างความมั่นคงในการดำเนินกิจการให้แก่บริษัทในระยะยาว นโยบายในการดูแลสิทธิของผู้มีส่วนได้เสีย มีดังนี้

  • บริษัท แบ่งผู้มีส่วนได้เสียออกเป็นกลุ่ม ได้แก่ ผู้ถือหุ้นรายย่อย ผู้ถือหุ้นใหญ่และนักลงทุน สถาบัน เจ้าหนี้ ลูกค้า คู่ค้าและบริษัทย่อย/บริษัทร่วมทุน ชุมชนและสังคม ทั้งนี้ในแต่ละกลุ่มดังกล่าว บริษัทต้องจัดให้มีช่องทาง ในการสื่อสารและการตอบสนองความต้องการจากบริษัทอย่างพอเพียงของแต่ละกลุ่ม
  • บริษัทจะปฏิบัติต่อลูกค้า และคู่ค้า โดยมีการกำหนดราคาสินค้าอย่างเหมาะสม และจะดำเนินธุรกิจอย่างเป็นกลางเหมาะสม โดยถือประโยชน์ของบริษัทฯ เป็นที่ตั้งและไม่เอาเปรียบคู่ค้าเกินความจำเป็น และมีนโยบายในการพัฒนาสินค้าเพื่อให้สอดคล้อง กับความต้องการของลูกค้าในระดับราคาที่เหมาะสม โดยให้ความ สำคัญในการส่งสินค้าตรงต่อเวลา รวมถึงการให้คำแนะนำ และบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง
  • บริษัท คำนึงถึงสวัสดิภาพของบุคลากรของบริษัท โดยไม่เอาเปรียบในการทำสัญญาจ้าง มีการกำหนดค่าตอบแทนที่เหมาะสม กับศักยภาพเพื่อกระตุ้นให้บุคลากรของบริษัท มีแรงจูงใจในการทำงาน มีการฝึกอบรม มีสิ่งแวดล้อมในการทำงานที่ดีมีการกำหนด มาตรฐานความปลอดภัยสร้างวินัยในการทำงาน ได้รับการเอาใจใส่ดูแลอย่างทั่วถึง
  • บริษัทมีความรับผิดชอบต่อสังคม สนับสนุน ช่วยเหลือ และสร้างประโยชน์ชุมชน และสังคมในภาพรวม รวมถึงมีนโยบาย ในการสร้างรายได้และพัฒนาชุมชนอย่างต่อเนื่อง มีแผนการในการรักษาสิ่งแวดล้อม และความปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากธุรกิจของบริษัท มีแผนชดเชยที่ดีหากมีอุบัติเหตุ และมีการวางแผนแก้ไขอย่างยั่งยืน ทั้งนี้เพื่อเป็นการตอบแทนที่บริษัทได้รับการยอมรับเป็นส่วนหนึ่งของสังคมในด้านสิ่งแวดล้อม

หมวดที่ 4 : การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส

คณะกรรมการบริษัทให้ความสำคัญในเรื่องการเปิดเผยข้อมูลที่โปร่งใส ถูกต้อง และครบถ้วน โดยบริษัทได้เผยแพร่ข้อมูลทางการเงินและข้อมูลอื่นๆที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับบริษัท เช่น งบการเงิน รายงานประจำปี นโยบายการกำกับดูแลกิจการ เป็นต้น ตามข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อให้นักลงทุนและผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบข้อมูล

นอกจากนี้ คณะกรรมการให้ความสำคัญอย่างสูงกับการบริหารความสัมพันธ์กับนักลงทุน ซึ่งบริษัทอยู่ระหว่างการจัดตั้งหน่วยงานนักลงทุนสัมพันธ์เพื่อรับผิดชอบโดยตรงในการเปิดเผยข้อมูลและข่าวสารต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อนักลงทุนสถาบัน นักลงทุนทั่วไป ผู้ถือหุ้น และนักวิเคราะห์ รวมถึงหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง อย่างเท่าเทียม ถูกต้อง ครบถ้วน และทันเวลา ทั้งนี้ในขั้นเริ่มต้นบริษัทจะเผยแพร่ข้อมูลที่สำคัญทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ผ่านสื่อของตลาดหลักทรัพย์ (www.set.or.th)

คณะกรรมการบริษัทมีความรับผิดชอบต่อการจัดทำรายงานทางการเงินของบริษัท ซึ่งจะปรากฏใน รายงานประจำปี ทั้งนี้ คณะกรรมการกำหนดให้จัดทำงบการเงินตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองทั่วไปในประเทศไทย โดยได้เลือกนโยบายบัญชีที่เหมาะสม ยึดหลักความระมัดระวังและถือปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงได้เปิดเผยข้อมูลสำคัญอย่างเพียงพอในหมายเหตุประกอบงบการเงิน นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทยังได้มอบหมายให้คณะกรรมการตรวจสอบรับผิดชอบในการสอบทาน และประเมินระบบควบคุมภายใน โดยคณะกรรมการตรวจสอบจะให้ความเห็นเกี่ยวกับระบบควบคุมภายในไว้ในรายงานประจำปีด้วย

หมวดที่ 5 : ความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท

คณะกรรมการบริษัท ประกอบด้วยบุคคลซึ่งมีความรู้ความสามารถ เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายของบริษัท โดยร่วมกับผู้บริหารระดับสูงวางแผนการดำเนินงานทั้งระยะสั้น ระยะยาว ตลอดจนกำหนดนโยบายการเงิน การบริหารความเสี่ยง และภาพรวมขององค์กร มีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแล ตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินงานของบริษัท และผลการปฏิบัติงานของผู้บริหารระดับสูงให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้อย่างเป็นอิสระ

ปัจจุบันคณะกรรมการบริษัท มีจำนวน 5 ท่าน ประกอบด้วยกรรมการที่เป็นผู้บริหาร 1 ท่าน กรรมการที่เป็นผู้บริหารจากบริษัทย่อย 1 ท่าน อีก 3 ท่าน เป็นกรรมการอิสระที่ไม่เป็นผู้บริหาร และไม่มีส่วนได้เสีย ไม่มีความสัมพันธ์กับผู้ถือหุ้นใหญ่ ไม่เป็นกรรมการหรือผู้บริหารของผู้ถือหุ้นใหญ่ หรือไม่เป็นผู้บริหารหรือตัวแทนผู้ถือหุ้นของผู้ถือหุ้นใหญ่

(1) บทบาท และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท

คณะกรรมการบริษัทร่วมกับผู้บริหารระดับสูงกำหนด วัตถุประสงค์ วิสัยทัศน์ กลยุทธ์ เป้าหมาย และแผนธุรกิจ ในการดำเนินงานทั้งระยะสั้นและระยะยาว รวมถึงนโยบายด้านการเงิน การบริหารความเสี่ยง และภาพรวมของบริษัท เพื่อให้ผู้บริหารดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิผลและประสิทธิภาพ ทั้งนี้คณะกรรมการบริษัทยังมีหน้าที่สำคัญในการกำกับดูแล ตรวจสอบ และประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้บริหารอย่างเป็นอิสระ โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของบริษัทและผู้ถือหุ้นในระยะยาว

คณะกรรมการได้จัดให้มีนโยบายการกำกับดูแลกิจการของบริษัท โดยคณะกรรมการได้มีการทบทวนนโยบายการปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าวอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ซึ่งในปี 2560 ได้มีการทบทวนนโยบาย และมีมติให้ความเห็นชอบนโยบาย เมื่อครั้งประชุมคณะกรรมการครั้ง ที่ 1/2560 วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560

คณะกรรมการบริษัท ถือว่าจรรยาบรรณเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องส่งเสริมและสนับสนุนให้พนักงานถือปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ โดยคณะกรรมการบริษัท ได้กำหนดจรรยาบรรณธุรกิจ เพื่อเป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติ และสนับสนุนให้ผู้บริหารระดับสูงประพฤติปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างที่ดี

คณะกรรมการบริษัทให้ความสำคัญในการตรวจสอบรายการที่อาจมีความขัดแย้งของผล ประโยชน์ของผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยกำหนดให้ฝ่ายบริหารปฏิบัติตามระเบียบคณะกรรมการของบริษัท เรื่อง กรอบการทำรายการระหว่างกันกับบุคคลที่อาจมีความขัดแย้งกัน ตามมติคณะกรรมการในการประชุมครั้งที่ 1/2548 วันที่ 21 มกราคม 2548 ซึ่งเป็นไปตามกฎเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์อย่างเคร่งครัด

คณะกรรมการบริษัทให้ความสำคัญกับระบบการควบคุมและการตรวจสอบภายใน ทั้งในระดับบริหารและในระดับปฏิบัติงาน จึงได้กำหนดภาระหน้าที่ อำนาจการดำเนินการของผู้ปฏิบัติงานผู้บริหารไว้อย่างชัดเจน มีการควบคุมดูแลการใช้ทรัพย์สินของบริษัทให้เกิดประโยชน์ และมีการแบ่งแยกหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ผู้ติดตามควบคุมและประเมินผลออกจากกัน เพื่อให้เกิดการถ่วงดุลและตรวจสอบระหว่างกันอย่างเหมาะสม ทั้งนี้ผู้ติดตามควบคุมและประเมินผลจะต้องรายงานโดยตรงต่อคณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อให้คณะกรรมการตรวจสอบสามารถเข้ามาตรวจสอบการดำเนินงานของบริษัทได้ในทุกขั้นตอน

คณะกรรมการบริษัทได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยงเป็นอย่างมาก โดยได้กำหนดนโยบายการบริหารความเสี่ยงในการดำเนินกิจการที่รัดกุม และอยู่ในระดับที่เหมาะสมควบคุมได้ ทั้งนี้ยังได้วางระบบการป้องกันและจัดการความเสี่ยงเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานด้วย

(2) การประชุมคณะกรรมการบริษัท

คณะกรรมการบริษัทมีกำหนดประชุมตามปกติอย่างน้อยไตรมาสละ 1 ครั้ง และอาจมีการประชุมวาระพิเศษเพิ่มเติมตามความเหมาะสม โดยบริษัทจะจัดส่งหนังสือนัดประชุมล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วันก่อนวันประชุม ยกเว้นเป็นการเรียกประชุมด่วนให้เป็นไปตามข้อบังคับบริษัท ทั้งนี้ หนังสือเชิญประชุมแต่ละครั้งจะกำหนดวาระการประชุมไว้ล่วงหน้า รวมทั้งมีการส่งรายละเอียดประกอบวาระการประชุมให้คณะกรรมการบริษัทได้มีเวลาศึกษาและพิจารณาล่วงหน้า การพิจารณาวาระต่างๆ จะคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างเป็นธรรม และเปิดโอกาสให้มีการแสดงความเห็นอย่างอิสระ ในแต่ละวาระมีการแบ่งเวลาไว้อย่างเพียงพอเพื่อการอภิปรายและแสดงความเห็นอย่างรอบคอบโดยทั่วกัน และมีประธานกรรมการเป็นผู้ดูแลให้ใช้เวลาในการประชุมอย่างเหมาะสม โดยได้รายงานจำนวนครั้งในการเข้าประชุมของคณะกรรมการไว้ในรายงานประจำปี

ในการประชุมคณะกรรมการบริษัท ฝ่ายบริหารจัดการ จะเข้าร่วมประชุมด้วย เพื่อรายงานผลการดำเนินงาน เสนอเรื่อง ให้ข้อมูลและข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ รับทราบนโยบายและการตัดสินใจของคณะกรรมการบริษัท เพื่อให้สามารถนำนโยบายและแผนงานต่างๆ ไปดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพได้โดยเร็ว ยกเว้นการประชุมบางวาระที่จะประชุมเฉพาะคณะกรรมการบริษัทฯ เพื่อให้มีอิสระในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับฝ่ายบริหารจัดการ

(3) ค่าตอบแทนคณะกรรมการบริษัท

สำหรับการกำหนดค่าตอบแทน บริษัทยังไม่มีคณะอนุกรรมการกำหนดค่าตอบแทนของคณะกรรมการ และผู้บริหาร แต่มีกระบวนการพิจารณาค่าตอบแทนเบื้องต้นที่เหมาะสม โดยใช้ข้อมูลค่าตอบแทนของบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกันและมีขนาดใกล้เคียงกัน รวมทั้งผลประกอบการของบริษัทประกอบการพิจารณากำหนด ก่อนนำเสนอความเห็นต่อประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาตัดสินใจขั้นสุดท้าย

ในส่วนของค่าตอบแทนกรรมการ ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2560 เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2560 ได้กำหนดค่าตอบแทนกรรมการโดยคำนึงถึงหน้าที่ของกรรมการแต่ละท่าน และระดับค่าตอบแทนกรรมการในอุตสาหกรรม โดยค่าตอบแทนดังกล่าวต้องเหมาะสมและเพียงพอที่จะรักษากรรมการที่มีคุณภาพให้เป็นกรรมการของบริษัท เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหุ้น นอกจากนี้ หากกรรมการท่านใดทำหน้าที่เกินกว่าหน้าที่กรรมการทั่วไป เช่น กรรมการตรวจสอบ หรือกรรมการผู้จัดการ บริษัทจะพิจารณาค่าตอบแทนเพิ่มเติมในการทำหน้าที่เพิ่มเติม ทั้งนี้ นโยบายค่าตอบแทนกรรมการจะนำเข้าที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติทุกปี โดยบริษัทจะเปิดเผยค่าตอบแทนกรรมการในรายงานประจำปี (แบบ 56-1 และแบบ 56-2) ข้อ 8.5 เรื่องค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหาร

สำหรับค่าตอบแทนผู้บริหาร ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2547 ณ วันที่ 29 กันยายน 2547 มอบอำนาจให้คณะกรรมการเป็นผู้กำหนดค่าตอบแทนผู้บริหารทุกท่าน โดยจะพิจารณาจากผลการดำเนินงานของบริษัท ผลการดำเนินงานของผู้บริหารแต่ละท่าน และระดับค่าตอบแทนผู้บริหารในอุตสาหกรรม ทั้งนี้ ค่าตอบแทนดังกล่าวจะต้องสามารถจูงใจ ให้ผู้บริหารที่มีศักยภาพสูงให้ทำงานในบริษัทในระยะยาว โดยคณะกรรมการจะเป็นผู้พิจารณาความเหมาะสมของค่าตอบแทนผู้บริหาร ทั้งนี้บริษัทจะเปิดเผยค่าตอบแทนผู้บริหารในรายงานประจำปี (แบบ 56-1 และแบบ 56-2) ข้อ 8.5 เรื่องค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหาร

(4) การพัฒนากรรมการและผู้บริหาร

คณะกรรมการบริษัทได้ส่งเสริมและอำนวยความสะดวกให้มีการฝึกอบรมและการให้ความรู้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องในการกำกับดูแลกิจการของบริษัท เช่น กรรมการ กรรมการตรวจสอบ ผู้บริหาร เป็นต้น เพื่อให้มีการปรับปรุงการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง เช่น การเข้ารับการอบรมตามหลักสูตรต่างๆของสถาบันกรรมการไทย (Thai IOD) การเข้าร่วมประชุม สัมมนา อบรม เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น ความรู้และประสบการณ์อันมีประโยชน์ต่อการพัฒนากรรมการและผู้บริหาร

ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงกรรมการใหม่ บริษัทจะจัดให้มีเอกสารและข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการใหม่ รวมถึงการจัดให้มีการแนะนำลักษณะธุรกิจและแนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯให้แก่กรรมการใหม่

(5) การเลือกสรรกรรมการบริษัทฯ

คณะกรรมการบริษัทหรือกรรมการบริษัทคนใดคนหนึ่งอาจจะเสนอบุคคลเข้ารับคัดเลือกเป็นกรรมการบริษัทได้ คณะกรรมการบริษัทจะเสนอชื่อบุคคลดังกล่าว เพื่อให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาแต่งตั้ง โดยผู้ถือหุ้นจะพิจารณาเลือกสรรให้สอดคล้องกับภาระผูกพันที่บริษัทหรือผู้ถือหุ้นหลักมีต่อบุคคลที่จะเข้ารับการคัดเลือก รวมทั้งจะคำนึงถึงสัญญาที่บริษัทมีต่อผู้ถือหุ้นอีกด้วย

ในบางกรณี อาจต้องมีการเลือกสรรกรรมการที่มีความเกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้น ซึ่งมีส่วนได้เสียอย่างมีนัยสำคัญในบริษัทเนื่องจากเป็นข้อผูกพันตาม สัญญาว่าผู้ถือหุ้นดังกล่าวจะต้องมีตัวแทนเข้าเป็นกรรมการในบริษัท อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากกรณีดังกล่าวแล้ว บุคคลผู้ที่จะเข้ารับการคัดเลือกเข้าเป็น กรรมการบริษัทนั้นจะได้รับการคัดเลือกโดยพิจารณาจากคุณสมบัติดังต่อไปนี้

  • ประสบการณ์
  • ความรู้
  • ความซื่อสัตย์
  • ความเข้าใจในภาพรวมอุตสาหกรรมประเภทนี้

(6) จำนวนบริษัทที่กรรมการของบริษัทฯ แต่ละคนสามารถไปดำรงตำแหน่ง

กรรมการของบริษัทสามารถดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทอื่นได้ แต่ทั้งนี้ การดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทอื่นต้องไม่เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่กรรมการของบริษัท นอกจากนี้บริษัทยังมีนโยบายในการจัดส่งกรรมการและผู้บริหารเข้าเป็นกรรมการและผู้บริหารในบริษัทย่อย เพื่อติดตามการดำเนินงานโดยใกล้ชิดด้วย