Chairman Statement
สารจากประธานกรรมการ
สารจากประธานกรรมการ

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้ประกาศตัวเลขการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 2561 ที่ประมาณร้อยละ 4.2 เนื่องจากปัจจัยบวกของภาคการบริโภคเอกชนและการลงทุนที่ขยายตัวร้อยละ 4.7 และ 3.6 ตามลำดับ ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อมีค่าร้อยละ 1.1 มูลค่าการส่งออกลดลงจากร้อยละ 9.8 คงเหลือร้อยละ 7.2 มูลค่าการนำเข้าเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 13.2 เป็นร้อยละ 16.2 ส่วนปี 2562 นั้น ได้มีการประมาณการว่าการใช้จ่ายภาคครัวเรือนจะยังคงมีแนวโน้มขยายตัวในเกณฑ์ดี

การลงทุนภาครัฐและภาคเอกชนยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ และปริมาณการค้าโลกที่สามารถสนับสนุนการขยายตัวของการส่งออกได้อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะได้รับ ผลกระทบจากความผันผวนของค่าเงินบาท และอัตราเงินเฟ้อที่คาดว่าจะขยับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงร้อยละ 0.7-1.7 จึงคาดว่า GDP จะขยายตัวเป็นร้อยละ 3.5-4.5 สำหรับพฤติกรรมผู้บริโภคนั้น ได้มีการปรับเปลี่ยนตามกระแสของเทคโนโลยี และความเคลื่อนไหวของผู้ประกอบการค่ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นค่ายแอปเปิล ซังซุง ออปโป้ วีโว่ หรือหัวเว่ย และค่ายอื่นๆ ที่ต่างพัฒนาและเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งการเติบโตทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็วในช่วงที่ผ่านมา ได้ทำให้เกิดการแข่งขันทางด้านการบริการและการเข้าถึงข้อมูลด้วยความรวดเร็วของการสื่อสารและได้ส่งผลให้ผู้บริโภคหันมาสนใจในเทคโนโลยีมากขึ้น ซึ่งปัจจัยดังกล่าวได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจค้าปลีกไอที

ในปี 2561 ที่ผ่านมา ท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจของประเทศไทย ซึ่งได้รับผลกระทบจากปัจจัยสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา ที่ทำให้ยอดขายสินค้าบางยี่ห้อในตลาดโลกลดลงทั้งในประเทศคู่พิพาทและบางภูมิภาค ซึ่งมีผลกระทบในเชิงจิตวิทยาในประเทศอื่นๆ ด้วย COM7 ก็ได้ผ่านพ้นปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ด้วยการวางแผนที่ดี การจัดทำมาตรการป้องกันความเสี่ยง รวมถึงการแสวงหาโอกาสใหม่ๆในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายในชัยภูมิการค้าที่สำคัญ การเลือกสรรสินค้าที่เหมาะสมกับพฤติกรรมผู้บริโภคของคนไทย ทั้งยี่ห้อ รุ่น และราคารวมถึงการสร้างกิจกรรมทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผลการดำเนินงานของบริษัทและบริษัทย่อยมีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายได้รวม 27,982.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 23.90 และมีกำไรสุทธิ 891.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 46.37 จากปี 2560

บริษัทยังคงยึดมั่นในหลักการตอบแทนกลับคืนสู่สังคมมาโดยตลอด ทั้งในด้านธรรมาภิบาลและจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ โดยได้จัดทำ 2 โครงการหลักอย่างต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลา 6 ปี ได้แก่ 1) โครงการ “ห้องคอมฯ ของหนู” ใน ปี 2561 บริษัทได้มอบอาคารเรียนจำนวน 1 หลัง และเครื่องคอมพิวเตอร์ประมาณ 20-30 เครื่อง พร้อมอุปกรณ์การเชื่อมต่อต่างๆ ที่สนับสนุนการเรียนรู้ ให้แก่โรงเรียนในชนบท เพื่อที่จะได้รับโอกาสในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารและเทคโนโลยี จากทั่วทุกมุมโลกผ่านอุปกรณ์อันทันสมัย โดยที่ครู นักเรียน ชาวบ้านและหน่วยงานราชการในพื้นที่นั้น สามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันและ 2) โครงการ “ยิ้มสดใสจากใจคอมเซเว่น” ที่บริษัทได้มอบเงินบริจาคจำนวนหนึ่งให้แก่ ครอบครัวของเด็กที่พิการปากแหว่งเพดานโหว่โดยกำเนิด เพื่อให้สามารถเข้ารับการผ่าตัดรักษาจนหายขาด และกลับมาใช้ชีวิตได้เป็นปกติ ร่วมกับคนในสังคมอย่างมีความสุข นอกจากนั้น บริษัทยังได้ร่วมโครงการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น ทั้งภายในองค์กรและสังคม ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ผลักดันและส่งเสริมให้บริษัทจดทะเบียนเข้าร่วมมาโดยตลอด

คณะกรรมการขอขอบคุณผู้มีส่วนได้เสียทุกท่าน ทั้งผู้ถือหุ้นลูกค้า คู่ค้า ผู้บริหาร พนักงาน และชุมชนต่างๆ เป็นอย่างยิ่งที่ได้ไว้วางใจและสนับสนุนบริษัทเป็นอย่างดีตลอดปีที่ผ่านมาเรามุ่งมั่นที่จะก้าวต่อไปข้างหน้า เพื่อให้ปี 2562 เป็นอีกปีหนึ่งที่บริษัทจะเจริญเติบโตอย่างมั่นคงต่อไป


ศิริพงษ์ สมบัติศิริ

ประธานกรรมการ