สารจากประธานกรรมการบริษัท

“สร้างความแข็งแกร่ง ในทุกกลุ่มธุรกิจ พร้อมทั้งเพิ่มศักยภาพ
ในการเติบโต เพื่อผลตอบแทน ที่ยั่งยืนให้กับผู้ถือหุ้น”

(นายสมศักดิ์ อมรรัตนชัยกุล)

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

เรียนท่านผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสีย

ในช่วงปีที่ผ่านมา ถือว่าเป็นปีที่เศรษฐกิจโลกได้รับผลกระทบอย่างมากจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 โดยผลกระทบได้แพร่ขยายอย่างกว้างขวางตลอดทั้งปี เป็นผลทำให้เกิดการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยว การส่งออก ร้านอาหาร และบางประเภทอุตสาหกรรมได้มีการหยุดชะงักในการผลิต โดยเฉพาะส่วนที่มีการผลิตในประเทศจีน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการแพร่ระบาด และจากการแพร่ระบาดไปอย่างรวดเร็ว ทำให้หลายๆประเทศได้ออกมาตรการเพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดอย่างเข้มงวด โดยเริ่มให้มีการปิดประเทศ หรือ ปิดเมือง เพื่อความปลอดภัยของคนในประเทศ และจากการระบาดของเชื้อไวรัสนี้ ได้ผลักดันให้คนทั่วโลกเข้าสู่ ความปกติรูปแบบใหม่ “New Normal” ในทุกๆ ด้านทั้ง ไลฟ์สไตล์ ธุรกิจ สาธารณสุข หรือ การศึกษา รูปแบบวิถีชีวิตที่ได้ปรับเปลี่ยนเพื่อป้องกันตัวเองให้ปลอดภัยจากการติดเชื้อ ก็มีการปรับควบคู่กับการฟื้นฟูศักยภาพทางธุรกิจ นำไปสู่การปรับแนวคิด วิสัยทัศน์ และวิธีการจัดการ เช่น การทำงานก็จะเป็นรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า “Work from Home” เรื่องการศึกษา ก็จะเป็นรูปแบบการ “เรียนออนไลน์” มีการซื้อสินค้าผ่านออนไลน์มากขึ้น สินค้าประเภทอาหารเปลี่ยนมาอยู่ในรูปแบบพร้อมทาน พร้อมปรุง มากขึ้น ร้านอาหารต้องปรับตัวโดยเพิ่มการขายแบบเดลิเวอรี่ด้วย ยิ่งไปกว่านั้นการแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องของค่าเงินบาทตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมาคาดว่าจะกดดันอัตราการเติบโตของภาคธุรกิจส่งออก และการท่องเที่ยว

ในส่วนภาคการผลิตอาหารทะเลแปรรูป อาหารสัตว์เลี้ยง และอาหารสัตว์น้ำ ก็ได้รับผลกระทบอย่างมากจาก “New Normal” ทั้งในด้านบวกและด้านลบ เช่น ทำให้ความต้องการอาหารในรูปแบบพร้อมปรุง พร้อมทานมีมากขึ้น โดยเฉพาะตลาดในอเมริกา คนมีเวลาให้กับสัตว์เลี้ยงมากขึ้น ทำให้ความต้องการอาหารสัตว์เลี้ยงเพิ่มขึ้น ในทางกลับกันพฤติกรรมการทานอาหารนอกบ้าน ลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ ไม่ว่าจะทานอาหารในโรงแรม ภัตตาคาร หรือ งานจัดเลี้ยงต่าง ๆ นอกสถานที่ ส่งผลให้ความต้องการอาหารแช่เยือกแข็งลดลง และยังส่งผลกระทบต่อผลผลิตสัตว์น้ำเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นกุ้งหรือปลา

ภายใต้สถานการณ์แพร่ระบาดของ COVID-19 การดำเนินการของกลุ่มบริษัทเอเชี่ยนซีให้ความสำคัญสูงสุดกับสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงาน คู่ค้า ผู้บริโภคและชุมชนโดยรอบ โดยได้จัดตั้งทีมบริหารจัดการสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 กลุ่มบริษัทเอเชี่ยนขึ้น เพื่อทำหน้าที่ในการติดตามสถานการณ์และกำหนดมาตรการที่จำเป็น ตลอดจนติดตามการบังคับใช้มาตรการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นมาตรการจำกัดการเดินทางของพนักงาน มาตรการด้านการรักษาความสะอาดโดยการฆ่าเชื้อ มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม มาตรการคัดกรองและกักตัว ตลอดจนมาตรการในการสื่อสารข้อมูลให้กับพนักงานอย่างทั่วถึง และบริษัทฯ มั่นใจว่า มาตรการต่าง ๆ ของบริษัทฯ เพียงพอที่จะให้ความมั่นใจกับพนักงานและบุคคลภายนอกที่ยังจำเป็นต้องเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ยังสถานประกอบการของบริษัท ตลอดจนคู่ค้าของบริษัทฯ ว่าสถานประกอบการของบริษัทฯ มีความปลอดภัยจากภาวะการระบาดของ COVID-19 นอกจากนี้ จากสถานการณ์แพร่ระบาดของ COVID-19 ในจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเป็นจังหวัดที่เป็นที่ตั้งของสถานประกอบการของบริษัท 2 แห่ง ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา กลุ่มบริษัทฯ ได้เพิ่มมาตรการคัดกรองด้วยการทดสอบการดมกลิ่นก่อนอนุญาตให้เข้ามายังบริเวณสถานประกอบการ และให้พนักงานบางส่วนทำงานแบบ Work from home เพื่อลดจำนวนพนักงานภายในสำนักงาน

จากมาตรการที่เข้มข้นดังกล่าว สถานประกอบการทุกแห่งของกลุ่มบริษัท สามารถเปิดดำเนินการได้ตามปกติ นอกจากนี้ ยังมีมาตรการกักตัวในกรณีที่อาจมีพนักงานของ กลุ่มบริษัทฯ ไม่ผ่านการตรวจคัดกรองประจำวัน หรือมีพนักงานเป็นผู้มีความเสี่ยง และหากพบว่าพนักงานติดเชื้อ COVID-19 กลุ่มบริษัทฯจะดำเนินการดูแลพนักงานตามขั้นตอนของภาครัฐอย่างครบถ้วน

“สร้างความแข็งแกร่งในทุกกลุ่มธุรกิจ”

ภาพรวมของผลการดำเนินงานในทุกกลุ่มธุรกิจของบริษัทในปีที่ผ่านมา เป็นผลที่ได้จากการพัฒนาการเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระยะยาว และโอกาสของธุรกิจ ซึ่งมาจากการทุ่มเท กล้าคิด กล้าทำ ความร่วมมือ ร่วมใจของกรรมการ ผู้บริหารและพนักงานทุกคนของบริษัท ในการปรับเพิ่มความแข็งแกร่งในการแข่งขัน การใช้เทคโนโลยีในการช่วยบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพและมุ่งสร้างผลกำไรที่เติบโตอย่างยั่งยืน ปีที่ผ่านมาบริษัทสามารถทำกำไรได้สูงสุดตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมา ซึ่งผลการดำเนินงานในรายกลุ่มธุรกิจสรุปได้ดังนี้

1. ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง :
ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงทั่วโลกมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องมาตลอด 5 ปี และในปี 2563 ปริมาณการส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงของประเทศไทยเติบโตขึ้นถึง 8% และยังคงมีแนวโน้มที่เติบโตได้อีก ในขณะที่ปริมาณการขายอาหารสัตว์เลี้ยงของกลุ่มบริษัทเติบโตถึง 48% จากการที่ลูกค้ารายสำคัญของบริษัทในตลาดสหรัฐอเมริกา ยุโรป และญี่ปุ่น มีการเติบโต อีกทั้งบริษัทยังมีคำสั่งซื้อจากลูกค้ารายใหม่เพิ่มเข้ามาอีกด้วย กำลังการผลิตสินค้าในกลุ่มบรรจุถุงเพาซ์ที่บริษัทขยายเพิ่มในช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมาถูกใช้เต็มกำลังการผลิต โดยที่บริษัทเร่งขยายกำลังการผลิตเพิ่มอีกในปี 2564 นี้ ทั้งในกลุ่มสินค้าบรรจุถุงเพาซ์และกลุ่มบรรจุถ้วยพลาสติก เพื่อให้สามารถรองรับการเติบโตของลูกค้าของบริษัทได้

2. ธุรกิจอาหารแช่เยือกแข็ง :
ในปีที่ผ่านมา ปริมาณการขายอาหารแช่เยือกแข็งลดลง 29% โดยลดลงจากนโยบายเลิกขายสินค้าโภคภัณฑ์กุ้งที่บริษัทได้หยุดการขายไปตั้งแต่ปี 2562 แล้ว ประกอบกับผลิตภัณฑ์หมึกและปลาทรายที่ยอดขายลดลงจากผลกระทบของ COVID-19 ในขณะที่กลุ่มผลิตภัณฑ์สินค้าเพิ่มมูลค่า (Value Added Product) มีปริมาณการขายเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ตามขนาดของตลาดที่โตขึ้น โดยที่แม้ว่าผลผลิตกุ้งจากฟาร์มในปีที่ผ่านมาลดต่ำลง และปริมาณการจับหมึกในประเทศมีไม่มากนัก แต่เนื่องจากอุปสงค์ในตลาดค่อนข้างน้อย ทำให้ราคาวัตถุดิบไม่สูงมากนัก อัตรากำไรรวมของกลุ่มอาหารแช่เยือกแข็งดีขึ้นอย่างมาก จากการที่มีกลุ่มผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่าเพิ่มขึ้น และอัตรากำไรในสินค้ากลุ่มหมึกดีขึ้นชัดเจนเช่นกัน

3. ธุรกิจทูน่า :
ปี 2563 ราคาวัตถุดิบได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยประมาณ 15% สูงขึ้นจากปีก่อนปริมาณการขายลดลงจากปีก่อนเล็กน้อย แม้ว่าอุปสงค์โดยรวมยังดี แต่ข้อจำกัดด้านแรงงานเนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้บริษัทมุ่งใช้ทรัพยากรในการผลิตสินค้ากลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยงเป็นสำคัญ และยังคงนโยบายในการเลือกรับคำสั่งซื้อทูน่าที่มีอัตรากำไรน่าพอใจและสอดคล้องกับความต้องการใช้วัตถุดิบของอาหารสัตว์เลี้ยงเป็นสำคัญ

4. ธุรกิจอาหารสัตว์น้ำ :
ปริมาณการขายของกลุ่มอาหารสัตว์น้ำเติบโตขึ้นราว 24% โดยเติบโตจากกลุ่มอาหารกุ้ง แม้ว่าผลผลิตกุ้งขาวในประเทศจะลดลงก็ตาม แสดงถึงส่วนแบ่งทางการตลาดที่เพิ่มขึ้น อัตรากำไรอยู่ในเกณฑ์น่าพอใจเมื่อพิจารณาจากการที่ราคาวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี ในขณะที่กลุ่มอาหารปลาปริมาณขายใกล้เคียงกับปีก่อนหน้า แต่ปริมาณขายอาหารกลุ่มอาหารปลากะพงลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้อัตรากำไรของกลุ่มอาหารปลาลดต่ำลง

“เพิ่มศักยภาพในการเติบโต”

ในช่วงปีที่ผ่านมา บริษัทฯได้มุ่งมั่นในการพัฒนาให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน โดยแผนกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนของบริษัทให้ความสำคัญกับการเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน ปรับปรุงกระบวนการผลิตและกระบวนการทำงานทั่วทั้งองค์กร เน้นการลงทุนในเครื่องจักรอัตโนมัติเพื่อให้กระบวนการผลิตมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดการพึ่งพิงแรงงานคน ตลอดจนพัฒนาบุคลากรและเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงิน เพื่อให้องค์กรสามารถเผชิญกับความผันผวนของเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากเทคโนโลยี และการเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ ไปได้อย่างมั่นคง

ท้ายสุดนี้ ในนามของคณะกรรมการบริษัท ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน ขอขอบคุณผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน สำหรับการสนับสนุน ความไว้วางใจ และความเชื่อมั่นที่ดี เสมอมา บริษัทขอให้คำมั่นว่าจะมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจ เพื่อสร้างความมั่นคงและยั่งยืนสืบไป