บริษัทฯ ได้มีการเปลี่ยนชื่อจาก “บริษัท คราวน์ เทค แอดวานซ์ จํากัด (มหาชน)” เป็น “บริษัท เอเจ แอดวานซ์ เทคโนโลยี จํากัด (มหาชน)” เพื่อให้สอดคล้องกับเครื่องหมายการค้า “AI”
บริษัทฯ ได้จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทย่อย 2 บริษัท ได้แก่ บริษัท เอเจ เวนดิ้ง จํากัด เพื่อประกอบธุรกิจให้บริการขาย น้ําอัตโนมัติและตู้น้ําสูตร และบริษัท ไรเซน เอนเนอร์จี จํากัด เพื่อประกอบธุรกิจการนําเข้าและจําหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า ติดตั้งสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า และโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า โดยใช้ตรายี่ห้อ “BYD” จากประเทศจีน
บริษัทฯ ได้ลงทุนโดยการเข้าซื้อหุ้นเพิ่มเติมในบริษัท แฮปปี้ วิชั่นส์ จํากัด ซึ่งดําเนินธุรกิจการผลิตรายการละครโทรทัศน์ และสื่อบันเทิงต่างๆ
บริษัทฯ ได้จําหน่ายหุ้นสามัญในบริษัท สยามแอดวานซ์ อีเลคทรอนิค จํากัด จําานวน 24,000 หุ้นหรือคิดเป็นร้อยละ 48 ของทุนจดทะเบียนที่ชําระแล้ว (เดิมบริษัทฯ ถืออยู่ร้อยละ 99 ของทุนจดทะเบียนที่ชําระแล้ว) อนึ่ง การจําหน่ายหุ้นสามัญ ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างทางธุรกิจของบริษัทฯ ซึ่งถูกดําเนินขึ้นเพื่อเปลี่ยนลักษณะการดําเนินธุรกิจ จากการเป็นผู้จัดจําหน่ายอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนเป็นผู้จัดจําหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง กับโทรศัพท์มือถือแบบค้าปลีกและส่งผ่านช่องทางการจัดจําหน่ายของบริษัทย่อยแห่งนี้ โดยผู้ซื้อที่จะเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้น และกรรมการผู้มีอํานาจลงนาม เป็นผู้ที่มีประสบการณ์และความชํานาญเกี่ยวกับช่องทางการจําหน่ายโทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะมีส่วนช่วยในการจําหน่ายสินค้าของบริษัทฯ และช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับกลุ่มบริษัท
บริษัทฯ ได้มีการลงทุนโดยการจัดตั้งบริษัทร่วมทุน 2 แห่ง ได้แก่ บริษัท บีแอลทีซี อินคอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จํากัด เพื่อดําเนินธุรกิจด้านโลจิสติกส์ และบริษัท ยูไท กรุ๊ป จํากัด เพื่อประกอบธุรกิจการส่งออกสินค้าไปจําหน่ายในประเทศ จีน โดยการลงทุนครั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทฯ เล็งเห็นถึงโอกาสในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของกลุ่มบริษัทฯ และ เป็นการลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาธุรกิจหลักของบริษัทฯ
บริษัทฯ ได้มีการจําหน่ายเงินลงทุนทั้งหมดในบริษัท เวนดิ้ง คอร์ปอเรชั่น จํากัด ซึ่งบริษัทฯ สามารถนําเงินที่ได้รับไปใช้ เป็นเงินทุนหมุนเวียนช่วยเสริมสภาพคล่องและใช้ลงทุนขยายธุรกิจที่ยั่งยืนต่อไป
กรกฎาคม
บริษัทฯ ได้เล็งเห็นถึงโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค โดยเห็นว่าคนไทย จํานวนมากหันมาใส่ใจสุขภาพ ด้วยการออกกําลังกาย ดังนั้น บริษัทฯ จึงได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจของบริษัทย่อย (บริษัท แฮปปี้ วิชั่นส์ จํากัด) ที่ได้หยุดดําเนินการไป จากการผลิตรายการละครโทรทัศน์และสื่อบันเทิงต่างๆ เป็นการ ขายรองเท้ากีฬาเพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคดังกล่าว
สิงหาคม
บริษัทฯ ได้มีการลงทุน โดยเข้าซื้อหุ้นในบริษัท บางกอก เพย์ จํากัด ซึ่งดําเนินธุรกิจจําหน่ายตู้ เติมเงิน และเป็นตัวแทนให้กับผู้ได้รับอนุญาตในการให้บริการระบบโอนและรับชําระเงินด้วยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่ง คณะกรรมการบริษัทฯ เล็งเห็นถึงโอกาสในการเติบโตและการต่อยอดธุรกิจ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของกลุ่ม บริษัทฯ อีกทั้งยังเป็นการลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาธุรกิจหลักของบริษัทฯ
ตุลาคม
บริษัทฯ ได้จําหน่ายหุ้นสามัญในบริษัท เอเจ เวนดิ้ง จํากัด จํานวน 3,850,000 หุ้นหรือคิดเป็น ร้อยละ 55.00 ของจํานวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมด ให้กับบริษัท สแน็คทูโก (ประเทศไทย) จํากัด จึงทําให้บริษัท เอเจ เวนดิ้ง จํากัด สิ้นสภาพการเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ
วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563
คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติการจัดตั้งบริษัทย่อยแห่งใหม่เพื่อรองรับการขยายธุรกิจ ของกลุ่มบริษัทฯ จํานวน 2 แห่ง
วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563
บริษัท เอเจ บิวตี้ กรุ๊ป จํากัด จัดตั้งเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 โดยบริษัทฯ มองเห็นโอกาสในธุรกิจเสริมความ งาม จึงมีเป้าหมายดําเนินธุรกิจสถานบริการเสริมความงามทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด เพื่อให้บริการลูกค้าชาว ไทยและต่างประเทศ แต่ประสบกับสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 จึงต้องเลื่อนการดําเนินธุรกิจ ดังกล่าวออกไปก่อน จนกว่าจะประสบโอกาสที่ดี และมีความพร้อมอีกครั้ง
วันที่ 15 เมษายน 2563
บริษัท ยูเนี่ยนไทย แพลตฟอร์ม จํากัด จัดตั้งเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2563 บริษัทฯ ได้ลงทุนร่วมกับพันธมิตรเพื่อ ดําาเนินธุรกิจแพลตฟอร์มด้านการลงทุน บริหารจัดการและบริการออนไลน์ให้กับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ของไทย แต่ก็ยังไม่เริ่มดําเนินธุรกิจ ด้วยเหตุผลจากสถานการณ์ COVID-19 จึงระงับโครงการไว้ก่อน และรอช่วง เวลาที่เหมาะสมจึงจะเริ่มดําเนินธุรกิจดังกล่าว
วันที่ 24 กรกฎาคม 2563
เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2563 ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจําปี 2553 ได้มีมติลดทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ โดยการตัด หุ้นสามัญที่เหลือจากการใช้สิทธิของใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทฯ รุ่นที่ 1 (AJA-W1) จากทุนจด ทะเบียนเดิม 526,925,023 บาท เป็นทุนจดทะเบียนใหม่ 424,029,474.40 บาท
วันที่ 25 มิถุนายน 2564
เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2564 บริษัทฯ ได้จําหน่ายหุ้นสามัญทั้งหมดที่บริษัทฯ ถืออยู่ในบริษัท สยามแอดวานซ์ อีเลคทรอนิค จํากัด จํานวน 357,000 หุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 51.00 ของจํานวนหุ้นที่ออกและจําหน่ายได้แล้วทั้งหมด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะน่าเงินลงทุนที่ได้รับจากการจําหน่ายหุ้นสามัญไปลงทุนในธุรกิจที่บริษัทฯ มีความสนใจ
เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ครั้งที่ 1/2564 ได้มีมติดัง
การออกและเสนอขายใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทฯ รุ่นที่ 3 (AJA-W3) จํานวนไม่เกิน 1,060,073,686 หน่วย โดยจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทฯ ตามสัดส่วนการถือหุ้น
การออกและเสนอขายหุ้นกู้แปลงสภาพมูลค่ารวมไม่เกิน 300.00 ล้านบาท ให้แก่ Advance Opportunities Fund และ/หรือ Advance Opportunities Fund 1 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน และ/หรือ ลงทุน ในโครงการมือถือ และ/หรือ โครงการใหม่ของบริษัทฯ
เพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ จากทุนจดทะเบียนเดิม 424,029,474.40 บาท เป็นทุนจดทะเบียนใหม่ 623,815,477.60 บาท เพื่อรองรับการใช้สิทธิของใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทฯ รุ่นที่ 3 (AJA-W3) และหุ้นกู้แปลงสภาพ
วันที่ 17 กันยายน 2564
เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2564 บริษัทฯ ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับบริษัท ช ทวี จํากัด (มหาชน) โดยมี วัตถุประสงค์เพื่อทําการศึกษาโครงสร้างชิ้นส่วนประกอบและราคาของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อความเป็นไปได้ที่จะ ผลิตและประกอบรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าทั้งคันหรือบางส่วน และตัวแบตเตอรี่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า และมีวัตถุประสงค์ที่จะลดต้นทุนของการจัดสร้างรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในการจําหน่ายและให้ลูกค้าได้ใช้บริการหลังการขาย
วันที่ 27 กันยายน 2564
เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2564 บริษัทฯ ได้เข้าซื้อหุ้นสามัญในบริษัท ยูไท กรุ๊ป จํากัด จํานวน 245,000 หุ้น หรือคิดเป็น ร้อยละ 49.00 ของจํานวนหุ้นที่ออกและจําหน่ายได้แล้วทั้งหมด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อที่เข้าถือหุ้นทั้งหมดในบริษัท ยูไท กรุ๊ป จํากัด (เดิมบริษัทฯ ถือหุ้นร้อยละ 51.00 ของจํานวนหุ้นที่ออกและจําหน่ายได้แล้วทั้งหมด) และเพิ่มความ คล่องตัวในการบริหารจัดการ
วันที่ 28 ตุลาคม 2554
เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2554 บริษัทฯ ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับบริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จํากัด (มหาชน) ("NT") โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริม ผลักดัน และประสานความร่วมมือในการร่วมดําเนิน การตามนโยบายรัฐบาลและแนวทางการดําเนินการต่างๆ ทางด้านเทคโนโลยีในภาครัฐและภาคเอกชนให้เป็นไปตาม ยุทธศาสตร์ชาติ นโยบายของรัฐบาล และแนวทางการดําเนินงานที่เกี่ยวข้อง และเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ประสิทธิภาพสูงให้ครอบคลุมทั่วประเทศ และปรับเปลี่ยนสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล
วันที่ 7 ธันวาคม 2564
เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2564 บริษัทฯ ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับบริษัท ไชน่า โมบาย อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จํากัด ("CMIT) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความร่วมมือเพื่อประโยชน์ร่วมกันขั้นสูงสุดในการพัฒนา เทคโนโลยีที่ทันสมัยและโซลูชั่นอัจฉริยะ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จํากัดเพียงเมืองอัจฉริยะ และผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบ โครงข่ายเสมือน (MVNO) ตลอดจนส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีและโชลูชั่นอัจฉริยะในด้านต่างๆ
เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2555 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ครั้งที่ 1/2565 ได้มีมติดังนี้
ลดทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ จํานวน 31,815,521.20 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 623,815,477.60 บาท เป็น 591,999,956.40 บาท โดยการตัดหุ้นสามัญที่เหลือจากการใช้สิทธิแปลงสภาพของหุ้นกู้แปลงสภาพจํานวน 318,155.212 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.10 บาท
เพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ จํานวน 82,319,146.20 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 591,999,956.40 บาท เป็น 674,319,102.60 บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจํานวน 823,191,462 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.10 บาท เพื่อรองรับ (1) การเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น (Rights Offering) (2) การ ใช้สิทธิตามใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท เอเจ แอดวานซ์ เทคโนโลยี จํากัด (มหาชน) รุ่นที่ 4 (AJA-W4) และ (3) การปรับสิทธิของใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท เอเจ แอดวานซ์ เทคโนโลยี จํากัด (มหาชน) รุ่นที่ 3 (ALJA-W3)
การออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนจํานวนไม่เกิน 246,051,076 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.10 บาท เพื่อเสนอ ขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น (Rights Offering)
การออกและเสนอขายใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท เอเจ แอดวานซ์ เทคโนโลยี จํากัด (มหาชน) รุ่นที่ 4 (AJA-W4) จํานวนไม่เกิน 492,102,152 หน่วย ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทฯ ที่จองซื้อและได้รับจัดสรรหุ้น สามัญเพิ่มทุน
เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2565 ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2565 ของบริษัทได้มีมติอนุมัติดังนี้
การออกและเสนอขายหุ้นกู้แปลงสภาพ โดยมีมูลค่ารวมไม่เกิน 300,000,000 บาท ให้แก่ผู้ลงทุนโดยเฉพาะเจาะจง ได้แก่ Advance Opportunities Fund และ/หรือ Advance Opportunities Fund 1 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ เป็นเงินทุนหมุนเวียน และ/หรือ ลงทุนในโครงการมือถือ และ/หรือ โครงการใหม่ของบริษัทฯ
เพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัท จํานวน 93,655,430.90 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิมจํานวน 674,319,102.60 บาท เป็นทุนจดทะเบียนจํานวน 767,974,533.50 บาทโดยการออกหุ้น สามัญเพิ่มทุนจํานวนไม่เกิน 936,554,309 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.10 บาท
การจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุน จํานวนไม่เกิน 936,554,309 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.10 บาท เพื่อรองรับการใช้ สิทธิแปลงสภาพของหุ้นกู้แปลงสภาพที่ออกและเสนอขายให้กับ AO Fund และ AO Fund 1
วันที่ 12 พฤษภาคม 2565
เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2565 ได้มีมติจําหน่ายเงินลงทุนทั้งหมดในบริษัท ไรเซน เอนเนอร์จี จํากัด บริษัทถืออยู่ทั้งหมด จํานวน 225,000 หุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 45.00 ของจํานวนหุ้นที่ออกและจําหน่ายได้แล้วทั้งหมด ในราคาจ่าหน่ายหุ้น ละ 11.67 บาท รวมทั้งสิ้น 2.63 ล้านบาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะน่าเงินลงทุนที่ได้รับจากการจําหน่ายหุ้นสามัญไป ลงทุนในธุรกิจที่บริษัทฯ มีความสนใจ รวมถึงใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดําเนินธุรกิจ
วันที่ 15 สิงหาคม 2565
เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2565 บริษัทได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับบริษัท เอเอ็มอาร์ เอเชีย จํากัด (มหาชน) ("AMRT) โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อศึกษาและพัฒนาธุรกิจในการทํา “แพลตฟอร์มมาชาร์จ” (Ma Charge Cloud หรือ MCC) สําหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (EV bike) โดย AMR และบริษัทมีความประสงค์ที่จะดําเนินธุรกิจ ร่วมกันเกี่ยวกับการขายและให้เช่ารถจักรยานยนต์ไฟฟ้า และการติดตั้งสถานีแบตเตอรี่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้ารวมถึงการ ให้บริการซ่อมแซมและบํารุงรักษาสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ และระบบซอฟต์แวร์ ในการบริหารจัดการข้อมูลการใช้รถ จักรยานยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่และสถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่ ให้กับผู้ใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย
วันที่ 31 มีนาคม 2566
เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2566 ได้มีมติจําหน่ายเงินลงทุนทั้งหมดในบริษัท บางกอกเพย์ จํากัด ที่บริษัทถืออยู่ทั้งหมดจํานวน 4,140,000 หุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 60.00 ของจํานวนหุ้นที่ออกและจําหน่ายได้แล้วทั้งหมด ในราคาจําหน่ายหุ้นละ 8.11 บาท รวมทั้งสิ้น 33.58 ล้านบาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะนําเงินลงทุนที่ได้รับจากการจําหน่ายหุ้นสามัญไปลงทุนในธุรกิจ บริษัทฯ มีความสนใจ รวมถึงใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดําเนินธุรกิจ
เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2566 ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2566 ของบริษัท ได้มีมติอนุมัติดังนี้
ลดทุนจดทะเบียนของบริษัท จํานวน 75,567,545.60 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิม จํานวน 767,974,533.50 บาท เป็นทุนจดทะเบียนจํานวน 692,406,987.90 บาท โดยการดัดหุ้นสามัญที่เหลือจากการใช้สิทธิแปลงสภาพของหุ้นกู้ จํานวน 755,675,456 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.10
เพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัท จํานวน 107,707,753.60 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิมจํานวน 692,406,987.90 บาท เป็นทุนจดทะเบียนจํานวน 800,114,741.50 บาทโดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจํานวนไม่เกิน 1,077,077,536 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.10 บาท
การจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุน จํานวนไม่เกิน 1,077,077,536 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.10 บาท เพื่อรองรับการ ใช้สิทธิแปลงสภาพของหุ้นกู้แปลงสภาพที่ออกและเสนอขายให้กับ AO Fund และ AO Fund 1
วันที่ 12 มกราคม 2567
วันที่ 12 มกราคม 2567 มีการจัดตั้งบริษัทย่อย ชื่อบริษัท เอเจ เอกเกษตร จำกัด (“AJK”) เพื่อดำเนินธุรกิจผลิตและ จำหน่ายปุ๋ยอินทรีย์เคมี
วันที่ 28 พฤษภาคม 2567
วันที่ 28 พฤษภาคม 2567 เปลี่ยนแปลงโลโก้ (Corporate Logo) “AJ”
วันที่ 31 สิงหาคม 2567
วันที่ 31 สิงหาคม 2567 บริษัทมีใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญรุ่นที่ 3 (AJA-W3) ได้สิ้นสภาพลงหลังจากการใช้สิทธิแปลงสภาพครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2567 และบริษัทจะดำเนินการยกเลิกหุ้นสามัญที่รองรับการใช้สิทธิ คงเหลือต่อไป
วันที่ 18 กันยายน 2567
วันที่ 18 กันยายน 2567 บริษัท ส้งเฉิง (พัทยา) วัฒนธรรมนานาชาติ จำกัด ได้มีมติพิเศษเลิกบริษัท และได้ชำระบัญชีกับ ทางกรมพัฒนาธุรกิจ เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2567 สิ้นสุดการเป็นบริษัทร่วม
วันที่ 19 กันยายน 2567
วันที่ 19 กันยายน 2567 บริษัทซื้อหุ้นสามัญของบริษัทยูเนี่ยนไทย แพลตฟอร์ม จำกัด จากผู้ถือหุ้นเดิม ซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้อง กับบริษัท จำนวน 49,000 หุ้น ในราคาหุ้นละ 10 บาท เป็นเงิน 490,000 บาท หลังจากทำรายการในครั้งนี้บริษัทถือหุ้น ร้อยละ100
วันที่ 12 พฤศจิกายน 2567 คณะกรรมการบริษัทได้พิจารณาและมีมติที่สำคัญ ดังต่อไปนี้
อนุมัติให้นำเสนอต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2568 มีมติอนุมัติการลดทุนจดทะเบียนของบริษัทจำนวน 106.74 ล้านบาท จากทุนจดทะเบียนเดิมจำนวน 692.41 ล้านบาท เป็นทุนจดทะเบียนจำนวน 585.66 ล้านบาท โดยการตัดหุ้นสามัญที่ยังไม่ได้ออกจำหน่าย จำนวน 1,067.43 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.10 บาท ซึ่งเป็น หุ้นสามัญที่เหลือจากการจัดสรรไว้เพื่อรองรับการใช้สิทธิของใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท ครั้งที่ 3 (AJA-W3) ซึ่งหมดอายุแล้วจำนวน 1,067.43 ล้านหุ้น เพื่อให้สอดคล้องกับการลดทุนจดทะเบียน ของบริษัท
มีมติอนุมัติให้เสนอต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2568 เพื่อพิจารณาอนุมัติการออกและเสนอขายหุ้นกู้ แปลงสภาพที่ออกใหม่ของบริษัท (หุ้นกู้แปลงสภาพโดยมีมูลค่าการออกเสนอขายรวมไม่เกิน 700.00 ล้านบาท เสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนโดยเฉพาะเจาะจง ได้แก่ Advance Opportunites Fund VCC (AOF VCC), Advance Opportunities Fund (“AO Fund”) และ Advance Opportunities Fund 1 (“AO Fund 1”) ซึ่งบุคคล ดังกล่าวไม่เป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงกันกับบริษัท
มีมติอนุมัติให้นำเสนอต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2568 เพื่อพิจารณาอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียน ของบริษัท จำนวน 162.68 ล้านบาท จากทุนจดทะเบียนเดิมจำนวน 585.66 ล้านบาท เป็นทุนจดทะเบียน จำนวนใหม่ 748.35 ล้านบาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 1,626.84 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ หุ้นละ 0.10 บาท เพื่อรองรับการใช้สิทธิแปลงสภาพของหุ้นกู้แปลงสภาพให้แก่ผู้ลงทุนโดยเฉพาะเจาะจงที่ออก และเสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนโดยเฉพาะเจาะจงจำนวนไม่เกิน 1,626.84 ล้านหุ้น
มีมติอนุมัติให้นำเสนอต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2568 เพื่อพิจารณาอนุมัติการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่ม ทุนไม่ว่าในคราวเดียวหรือหลายคราวจำนวนไม่เกิน 1,626.84 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.10 บาท (คิดเป็น ร้อยละ 30.33 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัท เพื่อรองรับการใช้สิทธิแปลงสภาพของหุ้นกู้ แปลงสภาพที่ออกและเสนอขายให้กับ AOF VCC, AO Fund และ AO Fund 1 ซึ่งบุคคลดังกล่าวไม่มีความ สัมพันธ์กับกรรมการ ผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทจึงไม่เป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงกันกับบริษัทตามประกาศรายการ ที่เกี่ยวโยง
วันที่ 31 มีนาคม 2568
วันที่ 31 มีนาคม 2568 บริษัทมีใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญรุ่นที่ 4 (AJA-W4) ได้สิ้นสภาพลงหลังจากการใช้สิทธิแปลงสภาพครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2568 และบริษัทจะดำเนินการยกเลิกหุ้นสามัญที่รองรับการใช้สิทธิคงเหลือต่อไป
วันที่ 6, 12 มิถุนายน 2568 คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติแล้ว และมีมติให้เสนอต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 2/2568 วันที่ 18 สิงหาคม 2568 เพื่อพิจารณา ดังนี้
อนุมัติการลดทุนจดทะเบียนของบริษัทจำนวน 49.21 ล้านบาท จากทุนจดทะเบียนเดิมจำนวน 748.35 ล้านบาท เป็นทุนจดทะเบียนจำนวน 699.14 ล้านบาทโดยการตัดหุ้นสามัญที่ยังไม่ได้ออกจำหน่าย จำนวน 492.10 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.10 บาท ซึ่งเป็นหุ้นที่เหลือจากการจัดสรรให้กับผู้ถือหุ้นเดิมจากการออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯ ครั้งที่ 4 (AJA-W4) ซึ่งหมดอายุแล้ว เพื่อให้สอดคล้องกับการลดทุนจดทะเบียนของบริษัท
อนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทจำนวน 284.01 ล้านบาท จากทุนจดทะเบียนเดิมจำนวน 699.14 ล้านบาท เป็นทุนจดทะเบียน จำนวน 983.14 ล้านบาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 2,840.05 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.10 บาท เพื่อให้สอดคล้องกับการเพิ่มทุนจดทะเบียน โดยมีรายละเอียดดังนี้
อนุมัติการออกและจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้นสามัญของบริษัทฯ รุ่นที่ 5 (“ใบสำคัญแสดงสิทธิ AJA-W5”) จำนวนไม่เกิน 1,577.81 ล้านหน่วย เพื่อจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นที่จองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนตามสัดส่วนการถือหุ้น (Right Offering) โดยไม่คิดมูลค่า ในอัตราส่วนการจัดสรร 1 หุ้นสามัญเพิ่มทุน ต่อ 5 หน่วยใบสำคัญแสดงสิทธิ AJA-W5 (ในกรณีที่มีเศษของหุ้นภายหลังจากการคำนวณการออกและจัดสรรให้ปัดเศษทิ้ง) โดยอัตราการใช้สิทธิของใบสำคัญแสดงสิทธิเท่ากับใบสำคัญแสดงสิทธิ AJA-W5 1 หน่วย มีสิทธิซื้อหุ้นสามัญของบริษัทฯ ได้ 1 หุ้น และมีราคาใช้สิทธิเท่ากับ 0.20 บาท (เว้นแต่ในกรณีมีการปรับอัตราและราคาการใช้สิทธิ) ทั้งนี้ใบสำคัญแสดงสิทธิ AJA-W5 มีอายุไม่เกิน 3 ปีนับจากวันที่ออกใบสำคัญแสดงสิทธิ AJA-W5
วันที่ 18 สิงหาคม 2568
วันที่ 18 สิงหาคม 2568 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 2/2568 วันที่ 18 สิงหาคม 2568 อนุมัติตามมติที่คณะกรรมการเสนอ เมื่อวันที่ 6, 12 มิถุนายน 2568
วันที่ 1 กันยายน 2568
วันที่ 1 กันยายน 2568 บริษัทแจ้งเลื่อนวันจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนเพื่อเสนอขายแบบเฉพาะเจาะจงให้แก่บุคคลในวงจำกัด (PP), เลื่อนวันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิ์จองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนตามสัดส่วนการถือหุ้น (Record Date) และเลื่อนวันจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนเพื่อเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น (RO) สืบเนื่องจากผู้ลงทุนในหุ้นเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจง (Private Placement: PP) ไม่สามารถดำเนินการจองซื้อหุ้นสามัญตามกำหนดวันที่ 19-21 สิงหาคม 2568 ได้ อันเนื่องมาจากต้องยื่นขออนุญาตต่างประเทศที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายและขั้นตอนการขออนุมัติการนำเงินออกนอกประเทศผ่านหน่วยงานกำกับดูแลในประเทศของตน ซึ่งส่งผลให้ไม่สามารถดำเนินการจองซื้อภายในระยะเวลาดังกล่าวได้
วันที่ 17 พฤศจิกายน 2568
วันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 บริษัทแจ้งวันครบกำหนดการจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนเพื่อเสนอขายแบบเฉพาะเจาะจงให้แก่บุคคลในวงจำกัด (PP) จากวันที่ 1 กันยายน 2568 และได้กำหนดวันจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุน (PP) ใหม่ในวันที่ 17-18 พฤศจิกายน 2568 โดยวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 เป็นวันครบกำหนดตามประกาศ ทจ.28/2565 มีการกำหนดให้บริษัทต้องดำเนินการเสนอขายหุ้นให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น ทั้งนี้ ต้องไม่เกิน 3 เดือนนับแต่วันที่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นมีมติให้เสนอขายหุ้นต่อบุคคลในวงจำกัด หรือภายใน 12 เดือนหลังพ้นระยะเวลา 3 เดือน ดังกล่าว
วันที่ 26 พฤศจิกายน 2568
วันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 บริษัทได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (Memorandum of Understanding: MOU) กับพันธมิตรด้านเทคโนโลยีจากสาธารณรัฐประชาชนจีนจำนวนหลายราย ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านแบตเตอรี่ลิเธียม ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า และยานยนต์พลังงานใหม่ การบันทึกดังกล่าวเป็นกรอบความร่วมมือเบื้องต้นสำหรับระยะเวลา 3-5 ปี โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อร่วมกัน ศึกษาและประเมินความเป็นไปได้ ในประเด็นสำคัญดังต่อไปนี้
วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568
วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 บริษัทแจ้งยกเลิกวันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิ์จองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนตามสัดส่วนการถือหุ้น (“Record Date”) ที่ได้กำหนดไว้ก่อนหน้านี้ ในวันที่ 8 กันยายน 2568 สำหรับการเพิ่มทุนแบบ Right Offering (“RO”) สืบเนื่องจากมีผู้ลงทุนจำนวน 1 รายได้ดำเนินการชำระเงินค่าจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนครบตามกำหนด ขณะที่ผู้ลงทุนอีก 1 รายยังไม่ชำระเงินค่าจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนภายในวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 ภายในระยะเวลา 3 เดือน นับแต่วันที่ที่ประชุมผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 2/2568 เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2568 มีมติอนุมัติให้บริษัทออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจงให้แก่บุคคลในวงจำกัดแล้ว ทั้งนี้ ตามมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นได้กำหนดว่า หากผู้ลงทุนหุ้นเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจง (PP) ไม่ได้รับการจองซื้อและชำระค่าจองซื้อครบตามจำนวนหุ้นที่เสนอขายทั้งหมด บริษัทจะไม่ดำเนินการออกและจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนภายใต้สิทธิ์การจองซื้อ (Right Offering: RO) และจะไม่ดำเนินการออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิ AJA-W5 ตามที่ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น