• ปี 2560

    arrow_right

    บริษัทฯ ได้มีการเปลี่ยนชื่อจาก “บริษัท คราวน์ เทค แอดวานซ์ จํากัด (มหาชน)” เป็น “บริษัท เอเจ แอดวานซ์ เทคโนโลยี จํากัด (มหาชน)” เพื่อให้สอดคล้องกับเครื่องหมายการค้า “AI”

    arrow_right

    บริษัทฯ ได้จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทย่อย 2 บริษัท ได้แก่ บริษัท เอเจ เวนดิ้ง จํากัด เพื่อประกอบธุรกิจให้บริการขาย น้ําอัตโนมัติและตู้น้ําสูตร และบริษัท ไรเซน เอนเนอร์จี จํากัด เพื่อประกอบธุรกิจการนําเข้าและจําหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า ติดตั้งสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า และโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า โดยใช้ตรายี่ห้อ “BYD” จากประเทศจีน

    arrow_right

    บริษัทฯ ได้ลงทุนโดยการเข้าซื้อหุ้นเพิ่มเติมในบริษัท แฮปปี้ วิชั่นส์ จํากัด ซึ่งดําเนินธุรกิจการผลิตรายการละครโทรทัศน์ และสื่อบันเทิงต่างๆ

    arrow_right

    บริษัทฯ ได้จําหน่ายหุ้นสามัญในบริษัท สยามแอดวานซ์ อีเลคทรอนิค จํากัด จําานวน 24,000 หุ้นหรือคิดเป็นร้อยละ 48 ของทุนจดทะเบียนที่ชําระแล้ว (เดิมบริษัทฯ ถืออยู่ร้อยละ 99 ของทุนจดทะเบียนที่ชําระแล้ว) อนึ่ง การจําหน่ายหุ้นสามัญ ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างทางธุรกิจของบริษัทฯ ซึ่งถูกดําเนินขึ้นเพื่อเปลี่ยนลักษณะการดําเนินธุรกิจ จากการเป็นผู้จัดจําหน่ายอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนเป็นผู้จัดจําหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง กับโทรศัพท์มือถือแบบค้าปลีกและส่งผ่านช่องทางการจัดจําหน่ายของบริษัทย่อยแห่งนี้ โดยผู้ซื้อที่จะเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้น และกรรมการผู้มีอํานาจลงนาม เป็นผู้ที่มีประสบการณ์และความชํานาญเกี่ยวกับช่องทางการจําหน่ายโทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะมีส่วนช่วยในการจําหน่ายสินค้าของบริษัทฯ และช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับกลุ่มบริษัท

  • ปี 2561

    arrow_right

    บริษัทฯ ได้มีการลงทุนโดยการจัดตั้งบริษัทร่วมทุน 2 แห่ง ได้แก่ บริษัท บีแอลทีซี อินคอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จํากัด เพื่อดําเนินธุรกิจด้านโลจิสติกส์ และบริษัท ยูไท กรุ๊ป จํากัด เพื่อประกอบธุรกิจการส่งออกสินค้าไปจําหน่ายในประเทศ จีน โดยการลงทุนครั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทฯ เล็งเห็นถึงโอกาสในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของกลุ่มบริษัทฯ และ เป็นการลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาธุรกิจหลักของบริษัทฯ

    arrow_right

    บริษัทฯ ได้มีการจําหน่ายเงินลงทุนทั้งหมดในบริษัท เวนดิ้ง คอร์ปอเรชั่น จํากัด ซึ่งบริษัทฯ สามารถนําเงินที่ได้รับไปใช้ เป็นเงินทุนหมุนเวียนช่วยเสริมสภาพคล่องและใช้ลงทุนขยายธุรกิจที่ยั่งยืนต่อไป

  • ปี 2562

    กรกฎาคม

    arrow_right

    บริษัทฯ ได้เล็งเห็นถึงโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค โดยเห็นว่าคนไทย จํานวนมากหันมาใส่ใจสุขภาพ ด้วยการออกกําลังกาย ดังนั้น บริษัทฯ จึงได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจของบริษัทย่อย (บริษัท แฮปปี้ วิชั่นส์ จํากัด) ที่ได้หยุดดําเนินการไป จากการผลิตรายการละครโทรทัศน์และสื่อบันเทิงต่างๆ เป็นการ ขายรองเท้ากีฬาเพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคดังกล่าว

    สิงหาคม

    arrow_right

    บริษัทฯ ได้มีการลงทุน โดยเข้าซื้อหุ้นในบริษัท บางกอก เพย์ จํากัด ซึ่งดําเนินธุรกิจจําหน่ายตู้ เติมเงิน และเป็นตัวแทนให้กับผู้ได้รับอนุญาตในการให้บริการระบบโอนและรับชําระเงินด้วยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่ง คณะกรรมการบริษัทฯ เล็งเห็นถึงโอกาสในการเติบโตและการต่อยอดธุรกิจ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของกลุ่ม บริษัทฯ อีกทั้งยังเป็นการลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาธุรกิจหลักของบริษัทฯ

    ตุลาคม

    arrow_right

    บริษัทฯ ได้จําหน่ายหุ้นสามัญในบริษัท เอเจ เวนดิ้ง จํากัด จํานวน 3,850,000 หุ้นหรือคิดเป็น ร้อยละ 55.00 ของจํานวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมด ให้กับบริษัท สแน็คทูโก (ประเทศไทย) จํากัด จึงทําให้บริษัท เอเจ เวนดิ้ง จํากัด สิ้นสภาพการเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ

  • ปี 2563

    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563

    arrow_right

    คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติการจัดตั้งบริษัทย่อยแห่งใหม่เพื่อรองรับการขยายธุรกิจ ของกลุ่มบริษัทฯ จํานวน 2 แห่ง

    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563

    arrow_right

    บริษัท เอเจ บิวตี้ กรุ๊ป จํากัด จัดตั้งเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 โดยบริษัทฯ มองเห็นโอกาสในธุรกิจเสริมความ งาม จึงมีเป้าหมายดําเนินธุรกิจสถานบริการเสริมความงามทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด เพื่อให้บริการลูกค้าชาว ไทยและต่างประเทศ แต่ประสบกับสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 จึงต้องเลื่อนการดําเนินธุรกิจ ดังกล่าวออกไปก่อน จนกว่าจะประสบโอกาสที่ดี และมีความพร้อมอีกครั้ง

    วันที่ 15 เมษายน 2563

    arrow_right

    บริษัท ยูเนี่ยนไทย แพลตฟอร์ม จํากัด จัดตั้งเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2563 บริษัทฯ ได้ลงทุนร่วมกับพันธมิตรเพื่อ ดําาเนินธุรกิจแพลตฟอร์มด้านการลงทุน บริหารจัดการและบริการออนไลน์ให้กับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ของไทย แต่ก็ยังไม่เริ่มดําเนินธุรกิจ ด้วยเหตุผลจากสถานการณ์ COVID-19 จึงระงับโครงการไว้ก่อน และรอช่วง เวลาที่เหมาะสมจึงจะเริ่มดําเนินธุรกิจดังกล่าว

    วันที่ 24 กรกฎาคม 2563

    arrow_right

    เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2563 ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจําปี 2553 ได้มีมติลดทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ โดยการตัด หุ้นสามัญที่เหลือจากการใช้สิทธิของใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทฯ รุ่นที่ 1 (AJA-W1) จากทุนจด ทะเบียนเดิม 526,925,023 บาท เป็นทุนจดทะเบียนใหม่ 424,029,474.40 บาท

  • ปี 2564

    วันที่ 25 มิถุนายน 2564

    arrow_right

    เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2564 บริษัทฯ ได้จําหน่ายหุ้นสามัญทั้งหมดที่บริษัทฯ ถืออยู่ในบริษัท สยามแอดวานซ์ อีเลคทรอนิค จํากัด จํานวน 357,000 หุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 51.00 ของจํานวนหุ้นที่ออกและจําหน่ายได้แล้วทั้งหมด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะน่าเงินลงทุนที่ได้รับจากการจําหน่ายหุ้นสามัญไปลงทุนในธุรกิจที่บริษัทฯ มีความสนใจ

    เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ครั้งที่ 1/2564 ได้มีมติดัง

    arrow_right

    การออกและเสนอขายใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทฯ รุ่นที่ 3 (AJA-W3) จํานวนไม่เกิน 1,060,073,686 หน่วย โดยจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทฯ ตามสัดส่วนการถือหุ้น

    arrow_right

    การออกและเสนอขายหุ้นกู้แปลงสภาพมูลค่ารวมไม่เกิน 300.00 ล้านบาท ให้แก่ Advance Opportunities Fund และ/หรือ Advance Opportunities Fund 1 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน และ/หรือ ลงทุน ในโครงการมือถือ และ/หรือ โครงการใหม่ของบริษัทฯ

    arrow_right

    เพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ จากทุนจดทะเบียนเดิม 424,029,474.40 บาท เป็นทุนจดทะเบียนใหม่ 623,815,477.60 บาท เพื่อรองรับการใช้สิทธิของใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทฯ รุ่นที่ 3 (AJA-W3) และหุ้นกู้แปลงสภาพ

    วันที่ 17 กันยายน 2564

    arrow_right

    เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2564 บริษัทฯ ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับบริษัท ช ทวี จํากัด (มหาชน) โดยมี วัตถุประสงค์เพื่อทําการศึกษาโครงสร้างชิ้นส่วนประกอบและราคาของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อความเป็นไปได้ที่จะ ผลิตและประกอบรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าทั้งคันหรือบางส่วน และตัวแบตเตอรี่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า และมีวัตถุประสงค์ที่จะลดต้นทุนของการจัดสร้างรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในการจําหน่ายและให้ลูกค้าได้ใช้บริการหลังการขาย

    วันที่ 27 กันยายน 2564

    arrow_right

    เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2564 บริษัทฯ ได้เข้าซื้อหุ้นสามัญในบริษัท ยูไท กรุ๊ป จํากัด จํานวน 245,000 หุ้น หรือคิดเป็น ร้อยละ 49.00 ของจํานวนหุ้นที่ออกและจําหน่ายได้แล้วทั้งหมด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อที่เข้าถือหุ้นทั้งหมดในบริษัท ยูไท กรุ๊ป จํากัด (เดิมบริษัทฯ ถือหุ้นร้อยละ 51.00 ของจํานวนหุ้นที่ออกและจําหน่ายได้แล้วทั้งหมด) และเพิ่มความ คล่องตัวในการบริหารจัดการ

    วันที่ 28 ตุลาคม 2554

    arrow_right

    เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2554 บริษัทฯ ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับบริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จํากัด (มหาชน) ("NT") โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริม ผลักดัน และประสานความร่วมมือในการร่วมดําเนิน การตามนโยบายรัฐบาลและแนวทางการดําเนินการต่างๆ ทางด้านเทคโนโลยีในภาครัฐและภาคเอกชนให้เป็นไปตาม ยุทธศาสตร์ชาติ นโยบายของรัฐบาล และแนวทางการดําเนินงานที่เกี่ยวข้อง และเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ประสิทธิภาพสูงให้ครอบคลุมทั่วประเทศ และปรับเปลี่ยนสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล

    วันที่ 7 ธันวาคม 2564

    arrow_right

    เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2564 บริษัทฯ ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับบริษัท ไชน่า โมบาย อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จํากัด ("CMIT) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความร่วมมือเพื่อประโยชน์ร่วมกันขั้นสูงสุดในการพัฒนา เทคโนโลยีที่ทันสมัยและโซลูชั่นอัจฉริยะ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จํากัดเพียงเมืองอัจฉริยะ และผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบ โครงข่ายเสมือน (MVNO) ตลอดจนส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีและโชลูชั่นอัจฉริยะในด้านต่างๆ

  • ปี 2565

    เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2555 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ครั้งที่ 1/2565 ได้มีมติดังนี้

    arrow_right

    ลดทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ จํานวน 31,815,521.20 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 623,815,477.60 บาท เป็น 591,999,956.40 บาท โดยการตัดหุ้นสามัญที่เหลือจากการใช้สิทธิแปลงสภาพของหุ้นกู้แปลงสภาพจํานวน 318,155.212 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.10 บาท

    arrow_right

    เพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ จํานวน 82,319,146.20 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 591,999,956.40 บาท เป็น 674,319,102.60 บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจํานวน 823,191,462 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.10 บาท เพื่อรองรับ (1) การเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น (Rights Offering) (2) การ ใช้สิทธิตามใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท เอเจ แอดวานซ์ เทคโนโลยี จํากัด (มหาชน) รุ่นที่ 4 (AJA-W4) และ (3) การปรับสิทธิของใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท เอเจ แอดวานซ์ เทคโนโลยี จํากัด (มหาชน) รุ่นที่ 3 (ALJA-W3)

    arrow_right

    การออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนจํานวนไม่เกิน 246,051,076 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.10 บาท เพื่อเสนอ ขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น (Rights Offering)

    arrow_right

    การออกและเสนอขายใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท เอเจ แอดวานซ์ เทคโนโลยี จํากัด (มหาชน) รุ่นที่ 4 (AJA-W4) จํานวนไม่เกิน 492,102,152 หน่วย ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทฯ ที่จองซื้อและได้รับจัดสรรหุ้น สามัญเพิ่มทุน

    เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2565 ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2565 ของบริษัทได้มีมติอนุมัติดังนี้

    arrow_right

    การออกและเสนอขายหุ้นกู้แปลงสภาพ โดยมีมูลค่ารวมไม่เกิน 300,000,000 บาท ให้แก่ผู้ลงทุนโดยเฉพาะเจาะจง ได้แก่ Advance Opportunities Fund และ/หรือ Advance Opportunities Fund 1 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ เป็นเงินทุนหมุนเวียน และ/หรือ ลงทุนในโครงการมือถือ และ/หรือ โครงการใหม่ของบริษัทฯ

    arrow_right

    เพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัท จํานวน 93,655,430.90 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิมจํานวน 674,319,102.60 บาท เป็นทุนจดทะเบียนจํานวน 767,974,533.50 บาทโดยการออกหุ้น สามัญเพิ่มทุนจํานวนไม่เกิน 936,554,309 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.10 บาท

    arrow_right

    การจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุน จํานวนไม่เกิน 936,554,309 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.10 บาท เพื่อรองรับการใช้ สิทธิแปลงสภาพของหุ้นกู้แปลงสภาพที่ออกและเสนอขายให้กับ AO Fund และ AO Fund 1

    วันที่ 12 พฤษภาคม 2565

    arrow_right

    เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2565 ได้มีมติจําหน่ายเงินลงทุนทั้งหมดในบริษัท ไรเซน เอนเนอร์จี จํากัด บริษัทถืออยู่ทั้งหมด จํานวน 225,000 หุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 45.00 ของจํานวนหุ้นที่ออกและจําหน่ายได้แล้วทั้งหมด ในราคาจ่าหน่ายหุ้น ละ 11.67 บาท รวมทั้งสิ้น 2.63 ล้านบาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะน่าเงินลงทุนที่ได้รับจากการจําหน่ายหุ้นสามัญไป ลงทุนในธุรกิจที่บริษัทฯ มีความสนใจ รวมถึงใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดําเนินธุรกิจ

    วันที่ 15 สิงหาคม 2565

    arrow_right

    เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2565 บริษัทได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับบริษัท เอเอ็มอาร์ เอเชีย จํากัด (มหาชน) ("AMRT) โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อศึกษาและพัฒนาธุรกิจในการทํา “แพลตฟอร์มมาชาร์จ” (Ma Charge Cloud หรือ MCC) สําหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (EV bike) โดย AMR และบริษัทมีความประสงค์ที่จะดําเนินธุรกิจ ร่วมกันเกี่ยวกับการขายและให้เช่ารถจักรยานยนต์ไฟฟ้า และการติดตั้งสถานีแบตเตอรี่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้ารวมถึงการ ให้บริการซ่อมแซมและบํารุงรักษาสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ และระบบซอฟต์แวร์ ในการบริหารจัดการข้อมูลการใช้รถ จักรยานยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่และสถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่ ให้กับผู้ใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย

  • ปี 2566

    วันที่ 31 มีนาคม 2566

    arrow_right

    เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2566 ได้มีมติจําหน่ายเงินลงทุนทั้งหมดในบริษัท บางกอกเพย์ จํากัด ที่บริษัทถืออยู่ทั้งหมดจํานวน 4,140,000 หุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 60.00 ของจํานวนหุ้นที่ออกและจําหน่ายได้แล้วทั้งหมด ในราคาจําหน่ายหุ้นละ 8.11 บาท รวมทั้งสิ้น 33.58 ล้านบาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะนําเงินลงทุนที่ได้รับจากการจําหน่ายหุ้นสามัญไปลงทุนในธุรกิจ บริษัทฯ มีความสนใจ รวมถึงใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดําเนินธุรกิจ

    เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2566 ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2566 ของบริษัท ได้มีมติอนุมัติดังนี้

    arrow_right

    ลดทุนจดทะเบียนของบริษัท จํานวน 75,567,545.60 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิม จํานวน 767,974,533.50 บาท เป็นทุนจดทะเบียนจํานวน 692,406,987.90 บาท โดยการดัดหุ้นสามัญที่เหลือจากการใช้สิทธิแปลงสภาพของหุ้นกู้ จํานวน 755,675,456 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.10

    arrow_right

    เพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัท จํานวน 107,707,753.60 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิมจํานวน 692,406,987.90 บาท เป็นทุนจดทะเบียนจํานวน 800,114,741.50 บาทโดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจํานวนไม่เกิน 1,077,077,536 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.10 บาท

    arrow_right

    การจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุน จํานวนไม่เกิน 1,077,077,536 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.10 บาท เพื่อรองรับการ ใช้สิทธิแปลงสภาพของหุ้นกู้แปลงสภาพที่ออกและเสนอขายให้กับ AO Fund และ AO Fund 1

  • ปี 2567

    วันที่ 12 มกราคม 2567

    arrow_right

    วันที่ 12 มกราคม 2567 มีการจัดตั้งบริษัทย่อย ชื่อบริษัท เอเจ เอกเกษตร จำกัด (“AJK”) เพื่อดำเนินธุรกิจผลิตและ จำหน่ายปุ๋ยอินทรีย์เคมี

    วันที่ 28 พฤษภาคม 2567

    arrow_right

    วันที่ 28 พฤษภาคม 2567 เปลี่ยนแปลงโลโก้ (Corporate Logo) “AJ”

    วันที่ 31 สิงหาคม 2567

    arrow_right

    วันที่ 31 สิงหาคม 2567 บริษัทมีใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญรุ่นที่ 3 (AJA-W3) ได้สิ้นสภาพลงหลังจากการใช้สิทธิแปลงสภาพครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2567 และบริษัทจะดำเนินการยกเลิกหุ้นสามัญที่รองรับการใช้สิทธิ คงเหลือต่อไป

    วันที่ 18 กันยายน 2567

    arrow_right

    วันที่ 18 กันยายน 2567 บริษัท ส้งเฉิง (พัทยา) วัฒนธรรมนานาชาติ จำกัด ได้มีมติพิเศษเลิกบริษัท และได้ชำระบัญชีกับ ทางกรมพัฒนาธุรกิจ เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2567 สิ้นสุดการเป็นบริษัทร่วม

    วันที่ 19 กันยายน 2567

    arrow_right

    วันที่ 19 กันยายน 2567 บริษัทซื้อหุ้นสามัญของบริษัทยูเนี่ยนไทย แพลตฟอร์ม จำกัด จากผู้ถือหุ้นเดิม ซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้อง กับบริษัท จำนวน 49,000 หุ้น ในราคาหุ้นละ 10 บาท เป็นเงิน 490,000 บาท หลังจากทำรายการในครั้งนี้บริษัทถือหุ้น ร้อยละ100

    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2567 คณะกรรมการบริษัทได้พิจารณาและมีมติที่สำคัญ ดังต่อไปนี้

    arrow_right

    อนุมัติให้นำเสนอต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2568 มีมติอนุมัติการลดทุนจดทะเบียนของบริษัทจำนวน 106.74 ล้านบาท จากทุนจดทะเบียนเดิมจำนวน 692.41 ล้านบาท เป็นทุนจดทะเบียนจำนวน 585.66 ล้านบาท โดยการตัดหุ้นสามัญที่ยังไม่ได้ออกจำหน่าย จำนวน 1,067.43 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.10 บาท ซึ่งเป็น หุ้นสามัญที่เหลือจากการจัดสรรไว้เพื่อรองรับการใช้สิทธิของใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท ครั้งที่ 3 (AJA-W3) ซึ่งหมดอายุแล้วจำนวน 1,067.43 ล้านหุ้น เพื่อให้สอดคล้องกับการลดทุนจดทะเบียน ของบริษัท

    arrow_right

    มีมติอนุมัติให้เสนอต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2568 เพื่อพิจารณาอนุมัติการออกและเสนอขายหุ้นกู้ แปลงสภาพที่ออกใหม่ของบริษัท (หุ้นกู้แปลงสภาพโดยมีมูลค่าการออกเสนอขายรวมไม่เกิน 700.00 ล้านบาท เสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนโดยเฉพาะเจาะจง ได้แก่ Advance Opportunites Fund VCC (AOF VCC), Advance Opportunities Fund (“AO Fund”) และ Advance Opportunities Fund 1 (“AO Fund 1”) ซึ่งบุคคล ดังกล่าวไม่เป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงกันกับบริษัท

    arrow_right

    มีมติอนุมัติให้นำเสนอต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2568 เพื่อพิจารณาอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียน ของบริษัท จำนวน 162.68 ล้านบาท จากทุนจดทะเบียนเดิมจำนวน 585.66 ล้านบาท เป็นทุนจดทะเบียน จำนวนใหม่ 748.35 ล้านบาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 1,626.84 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ หุ้นละ 0.10 บาท เพื่อรองรับการใช้สิทธิแปลงสภาพของหุ้นกู้แปลงสภาพให้แก่ผู้ลงทุนโดยเฉพาะเจาะจงที่ออก และเสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนโดยเฉพาะเจาะจงจำนวนไม่เกิน 1,626.84 ล้านหุ้น

    arrow_right

    มีมติอนุมัติให้นำเสนอต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2568 เพื่อพิจารณาอนุมัติการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่ม ทุนไม่ว่าในคราวเดียวหรือหลายคราวจำนวนไม่เกิน 1,626.84 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.10 บาท (คิดเป็น ร้อยละ 30.33 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัท เพื่อรองรับการใช้สิทธิแปลงสภาพของหุ้นกู้ แปลงสภาพที่ออกและเสนอขายให้กับ AOF VCC, AO Fund และ AO Fund 1 ซึ่งบุคคลดังกล่าวไม่มีความ สัมพันธ์กับกรรมการ ผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทจึงไม่เป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงกันกับบริษัทตามประกาศรายการ ที่เกี่ยวโยง

  • ปี 2568

    วันที่ 31 มีนาคม 2568

    arrow_right

    วันที่ 31 มีนาคม 2568 บริษัทมีใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญรุ่นที่ 4 (AJA-W4) ได้สิ้นสภาพลงหลังจากการใช้สิทธิแปลงสภาพครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2568 และบริษัทจะดำเนินการยกเลิกหุ้นสามัญที่รองรับการใช้สิทธิคงเหลือต่อไป

    วันที่ 6, 12 มิถุนายน 2568 คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติแล้ว และมีมติให้เสนอต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 2/2568 วันที่ 18 สิงหาคม 2568 เพื่อพิจารณา ดังนี้

    arrow_right

    อนุมัติการลดทุนจดทะเบียนของบริษัทจำนวน 49.21 ล้านบาท จากทุนจดทะเบียนเดิมจำนวน 748.35 ล้านบาท เป็นทุนจดทะเบียนจำนวน 699.14 ล้านบาทโดยการตัดหุ้นสามัญที่ยังไม่ได้ออกจำหน่าย จำนวน 492.10 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.10 บาท ซึ่งเป็นหุ้นที่เหลือจากการจัดสรรให้กับผู้ถือหุ้นเดิมจากการออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯ ครั้งที่ 4 (AJA-W4) ซึ่งหมดอายุแล้ว เพื่อให้สอดคล้องกับการลดทุนจดทะเบียนของบริษัท

    arrow_right

    อนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทจำนวน 284.01 ล้านบาท จากทุนจดทะเบียนเดิมจำนวน 699.14 ล้านบาท เป็นทุนจดทะเบียน จำนวน 983.14 ล้านบาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 2,840.05 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.10 บาท เพื่อให้สอดคล้องกับการเพิ่มทุนจดทะเบียน โดยมีรายละเอียดดังนี้

    • • เพื่อรองรับการเสนอขายให้แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement) ได้แก่ Guangdong East Coast Oversea Chinese Asset Management Co., Ltd. และ Lanpwr Energy Technology Co., Ltd (เรียกรวมกันว่า “ผู้ลงทุน PP”) เป็นจำนวน 946.68 ล้านหุ้น (“รายการธุรกรรมการออกและเสนอขายหุ้น PP”)
    • • เพื่อรองรับการเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น (Rights Offering) เป็นจำนวน 315.56 ล้านหุ้น
    • • เพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท เอเจ แอดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) รุ่นที่ 5 (AJA-W5) เป็นจำนวน 1,577.81 ล้านหุ้น

    arrow_right

    อนุมัติการออกและจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้นสามัญของบริษัทฯ รุ่นที่ 5 (“ใบสำคัญแสดงสิทธิ AJA-W5”) จำนวนไม่เกิน 1,577.81 ล้านหน่วย เพื่อจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นที่จองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนตามสัดส่วนการถือหุ้น (Right Offering) โดยไม่คิดมูลค่า ในอัตราส่วนการจัดสรร 1 หุ้นสามัญเพิ่มทุน ต่อ 5 หน่วยใบสำคัญแสดงสิทธิ AJA-W5 (ในกรณีที่มีเศษของหุ้นภายหลังจากการคำนวณการออกและจัดสรรให้ปัดเศษทิ้ง) โดยอัตราการใช้สิทธิของใบสำคัญแสดงสิทธิเท่ากับใบสำคัญแสดงสิทธิ AJA-W5 1 หน่วย มีสิทธิซื้อหุ้นสามัญของบริษัทฯ ได้ 1 หุ้น และมีราคาใช้สิทธิเท่ากับ 0.20 บาท (เว้นแต่ในกรณีมีการปรับอัตราและราคาการใช้สิทธิ) ทั้งนี้ใบสำคัญแสดงสิทธิ AJA-W5 มีอายุไม่เกิน 3 ปีนับจากวันที่ออกใบสำคัญแสดงสิทธิ AJA-W5

    วันที่ 18 สิงหาคม 2568

    arrow_right

    วันที่ 18 สิงหาคม 2568 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 2/2568 วันที่ 18 สิงหาคม 2568 อนุมัติตามมติที่คณะกรรมการเสนอ เมื่อวันที่ 6, 12 มิถุนายน 2568

    วันที่ 1 กันยายน 2568

    arrow_right

    วันที่ 1 กันยายน 2568 บริษัทแจ้งเลื่อนวันจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนเพื่อเสนอขายแบบเฉพาะเจาะจงให้แก่บุคคลในวงจำกัด (PP), เลื่อนวันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิ์จองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนตามสัดส่วนการถือหุ้น (Record Date) และเลื่อนวันจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนเพื่อเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น (RO) สืบเนื่องจากผู้ลงทุนในหุ้นเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจง (Private Placement: PP) ไม่สามารถดำเนินการจองซื้อหุ้นสามัญตามกำหนดวันที่ 19-21 สิงหาคม 2568 ได้ อันเนื่องมาจากต้องยื่นขออนุญาตต่างประเทศที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายและขั้นตอนการขออนุมัติการนำเงินออกนอกประเทศผ่านหน่วยงานกำกับดูแลในประเทศของตน ซึ่งส่งผลให้ไม่สามารถดำเนินการจองซื้อภายในระยะเวลาดังกล่าวได้

    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2568

    arrow_right

    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 บริษัทแจ้งวันครบกำหนดการจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนเพื่อเสนอขายแบบเฉพาะเจาะจงให้แก่บุคคลในวงจำกัด (PP) จากวันที่ 1 กันยายน 2568 และได้กำหนดวันจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุน (PP) ใหม่ในวันที่ 17-18 พฤศจิกายน 2568 โดยวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 เป็นวันครบกำหนดตามประกาศ ทจ.28/2565 มีการกำหนดให้บริษัทต้องดำเนินการเสนอขายหุ้นให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น ทั้งนี้ ต้องไม่เกิน 3 เดือนนับแต่วันที่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นมีมติให้เสนอขายหุ้นต่อบุคคลในวงจำกัด หรือภายใน 12 เดือนหลังพ้นระยะเวลา 3 เดือน ดังกล่าว

    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2568

    arrow_right

    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 บริษัทได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (Memorandum of Understanding: MOU) กับพันธมิตรด้านเทคโนโลยีจากสาธารณรัฐประชาชนจีนจำนวนหลายราย ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านแบตเตอรี่ลิเธียม ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า และยานยนต์พลังงานใหม่ การบันทึกดังกล่าวเป็นกรอบความร่วมมือเบื้องต้นสำหรับระยะเวลา 3-5 ปี โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อร่วมกัน ศึกษาและประเมินความเป็นไปได้ ในประเด็นสำคัญดังต่อไปนี้

    • • ศึกษาความร่วมมือในการพัฒนาและผลิตยานยนต์ไฟฟ้าพลังงานใหม่ในประเทศไทย
    • • ศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งเครือข่ายสถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่อัจฉริยะ (Battery Swapping)
    • • ศึกษาการพัฒนาระบบพลังงานหมุนเวียนและระบบไฟฟ้าอัจฉริยะที่เกี่ยวข้อง
    • • ศึกษารูปแบบโครงสร้างการลงทุนและความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างคู่สัญญา

    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568

    arrow_right

    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 บริษัทแจ้งยกเลิกวันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิ์จองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนตามสัดส่วนการถือหุ้น (“Record Date”) ที่ได้กำหนดไว้ก่อนหน้านี้ ในวันที่ 8 กันยายน 2568 สำหรับการเพิ่มทุนแบบ Right Offering (“RO”) สืบเนื่องจากมีผู้ลงทุนจำนวน 1 รายได้ดำเนินการชำระเงินค่าจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนครบตามกำหนด ขณะที่ผู้ลงทุนอีก 1 รายยังไม่ชำระเงินค่าจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนภายในวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 ภายในระยะเวลา 3 เดือน นับแต่วันที่ที่ประชุมผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 2/2568 เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2568 มีมติอนุมัติให้บริษัทออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจงให้แก่บุคคลในวงจำกัดแล้ว ทั้งนี้ ตามมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นได้กำหนดว่า หากผู้ลงทุนหุ้นเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจง (PP) ไม่ได้รับการจองซื้อและชำระค่าจองซื้อครบตามจำนวนหุ้นที่เสนอขายทั้งหมด บริษัทจะไม่ดำเนินการออกและจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนภายใต้สิทธิ์การจองซื้อ (Right Offering: RO) และจะไม่ดำเนินการออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิ AJA-W5 ตามที่ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น

Preloader