ประวัติความเป็นมา

บริษัท ที.เอ็ม.ซี อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการผลิตเครื่องจักรระบบไฮดรอลิค พร้อมทั้งเครื่องปั้มขึ้นรูปโลหะและวัสดุแบบต่างๆ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “เครื่องเพรส” รายใหญ่ของประเทศไทย บริษัท ที.เอ็ม.ซี อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2515 โดยคุณทวีมิตร กมลมงคลสุข จากความเชื่อมั่นของคนไทยคนหนึ่งที่ว่า “คนไทยสามารถคิดค้นและผลิตเครื่องจักรระบบไฮดรอลิคขึ้นมาใช้เองได้ภายในประเทศ” รังสรรค์เป็นผลงานเครื่องจักรระบบไฮดรอลิคของคนไทย ภายใต้แบรนด์ ที. เอ็ม. ซี. (T.M.C.) ด้วยความพยายามอย่าง มุ่งมั่นจนประสพความสำเร็จนี้เอง ทำให้บริษัท ที.เอ็ม.ซี อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ มงกุฎไทยชั้น 5 ในฐานะผู้สร้างสรรค์พัฒนา และผลิตเครื่องจักรระบบไฮโดรลิค รวมทั้งได้รับอนุญาตให้แสดงเครื่องหมาย “สินค้าคุณภาพไทยทำ” จากสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย เพื่อแสดงถึงความสำเร็จของบริษัทตลอดมา

ประวัติบริษัท ที.เอ็ม.ซี อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)

ปี (พ.ศ.) เหตุการณ์สำคัญ
2525 เริ่มก่อตั้ง บริษัท ที.เอ็ม.ซี.อุตสาหกรรม จำกัด   ด้วยทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท
2526 ส่งออกสินค้า ฟอร์เครนและแฮนด์พาเลททรัค ไปออสเตรเลีย
2528 ได้รับรางวัล “ผู้ผลิตและโรงงานยอดเยี่ยม” จากกระทรวงอุตสาหกรรม
2530 ได้รับรางวัล “สินค้าคุณภาพไทยทำ” จากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
2531 พัฒนาสินค้าไฮดรอลิค ด้วยกู้เงิน 5,000,000 บาท ในอัตราดอกเบี้ยต่ำ จากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
2534 ลงทุนเครื่อง two-column Plano-Milling Machine “ WALDRICH SEIGEN ” จากประเทศเยอรมันนี
2535 ลงทุนเครื่อง CNC Lathe Machines “MORI SEIKI”  ( SL20 and SL25 ) จากประเทศญี่ปุ่น
2536 ลงทุนเครื่อง CNC Machining Center “ HASS ” ( VF-4 )
2537 ลงทุน เครื่องเชื่อมอัตโนมัติ  Welding Robot “ Panasonic ”  จากประเทศญี่ปุ่น
2538 ขยายพื้นที่โรงงานขนาด 800 ตารางเมตร์ เพื่อรองรับงานบริการหลังการขาย
2539 ร่วมลงนามความร่วมมือกับ KAWASAKI HYDROMECHANIC CORP โดยร่วมมือกันในด้านการขยายตลาด
ข้อมูลด้านการออกแบบ เทคโนโลยีในการผลิต และการควบคุมคุณภาพของเครื่องเพรส
2540 ลงนามสัญญาซัพพลาย เพื่อจำหน่ายเครื่องเพรสให้กับ “SANKI SEIKO CO.,LTD” ประเทศญี่ปุ่น
2541 ออกแบบและผลิตเครื่องยกระบบไฮดรอลิค (X-LIFT) ขนาดหน้าโต๊ะ 8 x 12 ม. ให้กับบริษัท CENCO  เพื่อใช้ใน
การซ่อมบำรุงเครื่องบินเจท โบอิ้ง777 ที่สนามบินดอนเมือง
2542 ก่อตั้งโชว์รูม เพื่อเป็นศูนย์กลางในการโชว์สินค้าและการบริการ สาขาชลบุรี
2543 ก่อตั้งโชว์รูม เพื่อเป็นศูนย์กลางในการโชว์สินค้าและการบริการ สาขาหาดใหญ่  จังหวัดสงขลา
2544 ลงทุนเครื่อง CNC Machine Center “HASS” (VF-OC)
2545 ลงทุนเครื่อง  two column CNC Plano-Milling Machine  “OKUMA”   Model MCV-B 25x40 จากประเทศญี่ปุ่น
2546 ลงทุนเครื่อง CNC Horizontal milling machine “MAKINO”    Model   H1210
ลงทุนเครื่อง  CNC Horizontal  milling machine “ KURAKI  ”   Model   Fanuc Series  15-M
ลงทุนเครื่อง  CNC  Vertical  milling machine “ OKUMA ”   Model MCV-B
ลงทุนเครื่อง  CNC Lathe  machine “ MASAK  ”   Model Mazatrol Com T-2
2547 ลงทุนเครื่อง CNC Horinzontal  milling machine “ TOYODA ”   Model   FHN size : 60 T  60 X 60cm
ลงทุนเครื่อง CNC Horinzontal  milling machine “ TOYODA ”   Model   FHN size : 80 T 80 X 80cm
ลงทุนเครื่อง CNC Horinzontal  milling machine “ HEYLIGEN ”  Model   STUD size : 2700 X 2700 cm  X:Y = 4 X  2 m.
2548 เริ่มดำเนินการบริษัท ที.เอ็ม.ซี.แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด เพื่อขยายกำลังการผลิตสินค้าเครนไฮดรอลิคและอุปกรณ์ขนย้าย
ระบบไฮดรอลิค บนเนื้อที่ 9,600 ตารางเมตร
2549 รับรางวัล “เทคโนโลยี ยอดเยี่ยม” สาขาเครื่องจักรกลการผลิต จากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ลงทุนเครื่อง FLOOR BORING  “DROOP & REIN” จากประเทศเกาหลี
2550 ได้รับใบรับรองระบบบริหารคุณภาพ ISO 9001:2008 จากสถาบัน UKAS (UK) และ NAC (Thailand) โดย SGS (Thailand)        
เป็นผู้ให้การรับรอง
รับเกียรติบัตรจาก TOYOTA ในการร่วมความสำเร็จในการก่อสร้าง TOYOTA บ้านโพธิ์
2551 ลงทุนเครื่อง CNC BORING “TOSHIBA SHIBARU” Model BP-13B
ได้รับใบรับรองระบบมาตรฐานการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001:2004 จากสถาบัน UKAS (UK) โดยบริษัท SGS (Thailand)       
เป็นผู้ให้การรับรอง
2552 ย้ายกำลังการผลิตอะไหล่และแมทชีน ไปยังบริษัท ที.เอ็ม.ซี.แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด
2553 เดือนกรกฎาคม : บริษัทเพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 40 ล้านบาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 50 ล้านบาท เป็น 90 ล้านบาท โดยการ
ออกหุ้นสามัญใหม่จำนวน 400,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท

เดือนธันวาคม : ควบกิจการระหว่าง บริษัท ที.เอ็ม.ซี.อุตสาหกรรม จำกัด และ บริษัท ที.เอ็ม.ซี.แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด เป็น
บริษัท ที.เอ็ม.ซี.อุตสาหกรรม จำกัด รวมทุนจดทะเบียน 120,000,000 บาท
2554 เดือนมกราคม : บริษัทเพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 80 ล้านบาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 120 ล้านบาท เป็น 200 ล้านบาท โดยการ
ออกหุ้นสามัญใหม่จำนวน 800,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท

เดือนกุมภาพันธ์ : บริษัทซื้อหุ้น บริษัท เมทัล แฟบริเคชั่น จำกัด จากผู้มีอำนาจควบคุมกลุ่มเดียวกันสัดส่วนร้อยละ 99.99 เพื่อ 
เป็นบริษัทย่อยของบริษัท ทุนจดทะเบียน 20 ล้านบาท ประกอบธุรกิจเชื่อมและขึ้นรูปชิ้นส่วนเครื่องจักร       

เดือนมีนาคม : แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน โดยใช้ชื่อว่า บริษัท ที.เอ็ม.ซี.อุตสาหกรรม จำกัด(มหาชน)เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น    
200,000,000 บาท และดำเนินการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้จากเดิมหุ้นละ 100 บาท เป็นหุ้นละ 1 บาท

เดือนมิถุนายน : ที่ประชุมผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2554 มีมติให้เพิ่มทุนจดทะเบียน 90 ล้านบาท จากทุนจดทะเบียน 
200 ล้านบาท เป็น 290 ล้านบาท  โดยจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนจำนวน 85 ล้านหุ้นสำหรับการเสนอขายต่อประชาชนทั่วไป และ  
จำนวน 5 ล้านหุ้น สำหรับเสนอขายต่อพนักงานของบริษัท
2555 วันที่ 17-19 ตุลาคม 2555 บริษัท ได้เปิดให้บุคคลทั่วไปจองซื้อหุ้น (Initial Public Offering) จำนวน 85,000,000 หุ้นและพนักงานจองซื้อหุ้น 5,000,000 หุ้น รวมคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 23.08 ของจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมด 390,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท โดยจำหน่ายบุคคลทั่วไปในราคาหุ้นละ 3.90 บาทและจำหน่ายพนักงานบริษัทในราคาหุ้นละ 3.12 บาท

วันที่ 26 ตุลาคม 2555 เข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นวันแรก(First Day Trade)
2556 วันที่ 19 สิงหาคม 2556 เปิดดำเนินการ บริษัท ที.เอ็ม.ซี. – ลาว ประกอบและผลิตเครื่องจักรอุตสาหกรรม จำกัด อย่างเป็นทางการ เป็นการร่วมทุนระหว่าง บริษัท ที.เอ็ม.ซี. อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) กับ บริษัท เอส ยู ก่อสร้างและซ่อมแปลงเคหะสถาน จำกัด ในสัดส่วนร้อยละ 70: 30 มูลค่าการลงทุนรวม 1,430 ล้านกีบ (5.72 ล้านบาท) ประกอบธุรกิจในการประกอบและผลิตเครื่องจักรอุตสาหกรรม ณ แขวงนครหลวงเวียงจันทน์ ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เป็นจุดเริ่มต้นขยายธุรกิจสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือAEC (Asian Economic Community)
2557 วันที่ 13 มีนาคม 2557 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ มอบโล่เชิดชูเกียรติโครงการ “หุ้นใหม่ ความภูมิใจของจังหวัด” ครั้งที่ 1 ให้แก่บริษัทฯ ในโอกาสที่บริษัท ได้เข้าร่วมโครงการหุ้นใหม่ ความภูมิใจของจังหวัด และได้รับอนุญาตให้เสนอขายหุ้น จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ในเวลาที่กำหนด ซึ่งถือเป็นหนึ่งในตัวแทนและความภาคภูมิใจ ของจังหวัดชลบุรี

วันที่ 26 มีนาคม 2557 เซ็นสัญญาก่อสร้างโรงงานใหม่ เฟส 1 ที่ อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี บนเนื้อที่ 58 ไร่ เพื่อขยายฐานการผลิต

วันที่ 25 เมษายน 2557 ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นบริษัท ที.เอ็ม.ซี. อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) ได้มีมติให้เลิก บริษัทเมทัล แฟบริเคชั่น จำกัด บริษัทย่อย เนื่องจากยังไม่ได้มีการดำเนินกิจการใดๆ ตั้งแต่จดทะเบียนตั้งบริษัทมา โดยได้ดำเนินการแจ้งจดเลิกบริษัทต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2557 และขณะนี้อยู่ในระหว่างขั้นตอนการชำระบัญชี

22 ตุลาคม 2557 ได้ร่วมลงนามในสัญญาได้รับการแต่งตั้งเป็นพันธมิตรจำหน่ายเครื่องกดเสาเข็มด้วยระบบไฮดรอลิค ในประเทศไทย จากบริษัท Sunward Intelligent Equipment Company Limited บริษัทจดทะเบียนในประเทศจีน ซึ่งผลิตและจำหน่ายเครื่องจักรกลที่ใช้ในงานก่อสร้างและงานฐานรากที่ทันสมัยและผลิตภัณฑ์มีคุณภาพสูง โดยเป็นหนึ่งในแบรนด์ชั้นนำในประเทศจีนที่ได้รับการยอมรับอย่างต่อเนื่อง
2558 ขายหุ้นของบริษัทย่อย บริษัท ที.เอ็ม.ซี.-ลาว ประกอบและผลิตเครื่องจักรอุตสาหกรรม จำกัด จำนวน 500,500 หุ้น หรือสัดส่วน 70.00 % ให้ผู้ร่วมทุนเดิมคือ บริษัท เอสวี ก่อสร้างและ ซ่อมแปลงเคหะสถาน จำกัด (ผู้เดียว) ในราคาพาร์ และ แต่งตั้งให้บริษัท ที.เอ็ม.ซี.-ลา ประกอบและผลิตเครื่องจักรอุตสาหกรรม จำกัด เป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของ บริษัท ที.เอ็ม.ซี. อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) เพียงผู้เดียวในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว จึงทำให้บริษัท ที.เอ็ม.ซี.-ลาว ประกอบและผลิตเครื่องจักรอุตสาหกรรม จำกัด มีสถานะสิ้นสภาพในการเป็น บริษัทย่อยของบริษัท ที.เอ็ม.ซี. อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)

บริษัท เมทัล แฟบริเคชั่น จำกัด บริษัทย่อย ได้จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี ต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์จึงมีสถานะสิ้นสภาพในการเป็น บริษัทย่อยของบริษัท ที.เอ็ม.ซี. อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)

เพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ จากทุนจดทะเบียนเดิม จำนวน 290,000,000 บาท เป็นทุนจดทะเบียนใหม่ จำนวน 543,750,000 บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 253,750,000 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท โดยออกหุ้น สามัญเพิ่มทุนจำนวน 72,500,000 หุ้น เพื่อเสนอขายในคราวเดียวกันหรือต่างคราวกันให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม และออกหุ้นสามัญ เพิ่มทุนจำนวน 181,250,000 หุ้น จัดสรรเพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิ TMC-W1 ซึ่งออกและจัดสรรให้กับผู้ ถือหุ้นเดิมของบริษัทฯ

ชำระทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 323,606,747 บาท

2559 ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท ที.เอ็ม.ซี. อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 1 (TMC-W1) เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน ตลาดหลักทรัพย์ เอ็มเอไอ (“mai”) เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2559 จำนวนใบสำคัญแสดงสิทธิ 181,249,573 หน่วย จำนวนหุ้นที่ รองรับการใช้สิทธิ 181,249,573 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท ใบสำคัญแสดงสิทธิมีอายุ 2 ปีนับแต่วันออกใบสำคัญแสดงสิทธิ (วันที่ออกตรงกับวันที่ 18 ธันวาคม 2558 วันที่ครบกำหนดและวันใช้สิทธิครั้งสุดท้าย ตรงกับวันที่ 15 ธันวาคม 2560 ซึ่ง ใบสำคัญแสดงสิทธิ จะพ้นสภาพจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในวันถัดไป)

มติคณะกรรมการบริษัทอนุมัติการร่วมลงทุนกับบริษัท เซลโฟล จำกัด ในการก่อตั้ง บริษัท สหพัฒน์อมร จำกัด ทุนจดทะเบียน 101 ล้านบาท โดยบริษัทได้ถือหุ้นในอัตราส่วน 19.80% ของทุนจดทะเบียนบริษัทฯ คิดเป็นเงินลงทุนประมาณ 20 ล้านบาท (บริษัทฯ ไม่เข้าไปมีส่วนร่วม ในการบริหารงานของ บริษัท สหพัฒน์อมร จำกัดแต่อย่างใด) โดยบริษัท สหพัฒน์อมร จำกัด จะดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการพัฒนา เครื่องจักรที่ใช้ในการพัฒนาแหล่งน้ำและที่เกี่ยวข้องและเป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องจักรดังกล่าว ผลิตโดย บริษัท ที.เอ็ม.ซี. อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) แต่เพียงผู้เดียว

ชำระทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 364,078,675 บาท
2560 ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของ บริษัท ที.เอ็ม.ซี.อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 1 (TMC-W1) ได้ครบกำหนด 2 ปี โดยกำหนดวันใช้สิทธิครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่15 ธันวาคม 2560 (ใบสำคัญแสดงสิทธิได้พ้นสภาพจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในวันที่ 16 ธันวาคม 2560) และสรุปผลมีผู้ใช้สิทธิแปลงสภาพใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท ที.เอ็ม.ซี. อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 1 (TMC-W1) เป็นหุ้นสามัญรวมทั้งสิ้น 96,273,722 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท

ชำระทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 458,773,722 บาท

ข้อมูลทั่วไป

ชื่อบริษัท บริษัท ที.เอ็ม.ซี. อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)
ลักษณะการประกอบธุรกิจ ประกอบธุรกิจหลักเกี่ยวกับการผลิตและจำหน่ายเครื่องจักรระบบไฮดรอลิคคุณภาพสูง เช่น เครื่องเพรสไฮดรอลิค, ผลิตภัณฑ์เครื่องกดและเจาะเสาเข็มระบบไฮดรอลิค, เครนระบบไฮดรอลิค, เครื่องทุ่นแรงระบบไฮดรอลิค, นำเข้าเครื่องจักรมือสองมาปรับปรุงเพื่อจำหน่าย และบริการแปรรูปโลหะ
ที่ตั้งบริษัทฯ
สำนักงานใหญ่ เลขที่ 125/10 หมู่ 5 ตำบลบ้านสวน อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี
สำนักงานสาขาที่ 1 เลขที่ 8/42 หมู่ 6 ตำบลบ้านสวน อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี
สำนักงานสาขาที่ 2 เลขที่ 6/10 ถนนราษฎร์ยินดี ตำบลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
เลขทะเบียนบริษัท 0107554000089
Home page http://www.tmc.co.th
โทรศัพท์ (6638) 271-933 - 4
โทรสาร (6638) 271-931
ทุนจดทะเบียน 543,750,000.00 บาท
หุ้นสามัญ 543,750,000 หุ้น
มูลค่าที่ตราไว้ 1.00 บาทต่อหุ้น
ทุนเรียกชำระแล้ว 458,773,722.00 บาท
นายทะเบียน
ชื่อ บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด
ที่อยู่ 93 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400
โทรศัพท์ (66) 2009 9000
โทรสาร (66) 2009 9991
ผู้สอบบัญชี
ชื่อ บริษัท สำนักงาน เอ เอ็ม ซี จำกัด
ที่อยู่ ชั้นที่ 19 ยูนิต 4 อาคารสีลมคอมเพล็กซ์ 191 ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรักกรุงเทพฯ 10500
โทรศัพท์ 662-231-3980-7
โทรสาร 662-231-3988

ลักษณะการประกอบธุรกิจของบริษัท

บริษัท ที.เอ็ม.ซี อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายเครื่องจักรระบบไฮดรอลิค เพื่อจำหน่ายให้แก่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อนำไปใช้ในสายการผลิตสินค้า อาทิ อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า งานก่อสร้างอาคารและงานก่อสร้างอื่นๆ อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป อุตสาหกรรมทำแม่พิมพ์ และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับพลังงานทดแทน เป็นต้น โดยผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทสามารถจำแนกได้เป็น 6 ประเภทหลักๆ ดังนี้

    1. ผลิตภัณฑ์เครื่องเพรสระบบไฮดรอลิค
    2. ผลิตภัณฑ์เครนระบบไฮดรอลิค
    3. ผลิตภัณฑ์เครื่องกดและเจาะเสาเข็มระบบไฮดรอลิค
    4. ผลิตภัณฑ์เครื่องทุ่นแรงระบบไฮดรอลิค
    5. บริการแปรรูปโลหะด้วยเครื่องจักรและการซ่อมบำรุงเครื่องจักรระบบไฮดรอลิค
    6. เครื่องรื้อร่อนขยะ

1. ผลิตภัณฑ์เครื่องเพรสระบบไฮดรอลิค (Hydraulic Press)

เครื่องเพรสแบบไฮดรอลิค (Hydraulic Press) ถือเป็นสินค้าที่เป็นรายได้หลักของกลุ่มบริษัท โดยบริษัทมีสัดส่วนรายได้จากการจำหน่ายเครื่องเพรสระบบไฮดรอลิคในปี 2557, ปี 2558 ปี 2559 และ 2560 เท่ากับร้อยละ 46.13, 36.35, 29.18 และ 25.15 ตามลำดับ โดยเครื่องเพรสระบบไฮดรอลิคเป็นเครื่องจักรที่ใช้ของเหลว (น้ำมันไฮดรอลิค) ส่งถ่ายแรงเพื่อไปขับเคลื่อนกระบอกไฮดรอลิค เพื่อสร้างแรงอัดลงบนชิ้นงานในการขึ้นรูปผลิตภัณฑ์ หรือเพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆ ตามแต่การออกแบบเครื่องจักรเครื่องเพรสระบบไฮดรอลิคของบริษัทมีกลุ่มลูกค้าสำคัญ คือ กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้า รวมถึงอุตสาหกรรมแม่พิมพ์ เป็นต้น ปัจจุบันบริษัทฯ สามารถออกแบบและผลิตเครื่องเพรสไฮดรอลิคที่สามารถสร้างแรงกดได้สูงถึง 3,500 ตัน ซึ่งนับเป็นเครื่องเพรสที่มีแรงกดสูงที่สุดที่สามารถผลิตได้ในประเทศไทย ทั้งนี้ เครื่องเพรสของบริษัทสามารถแบ่งตามลักษณะการนำไปใช้งานได้ดังนี้

Hydraulic die spotting press (HDS)

Hydraulic clapper die spotting press (HCD)

    1.1) เครื่องตรวจเช็คผิวหน้าแม่พิมพ์ เครื่องตรวจเช็คผิวหน้าแม่พิมพ์ (Hydraulic die spotting press : HDS) ใช้ในบริษัทผู้ผลิตแม่พิมพ์ โดยเป็นเครื่องสำหรับใช้ตรวจสอบจุดที่ต้องตกแต่งหรือซ่อมแซมที่ผิวหน้าแม่พิมพ์ โดยทำการทาสีที่หน้าแม่พิมพ์แล้วใช้เครื่องเพรสระบบไฮดรอลิคกดแม่พิมพ์เพื่อหาตำแหน่งที่ต้องตกแต่ง เหมาะสำหรับการตรวจสอบแม่พิมพ์ครั้งสุดท้ายก่อนนำไปใช้ในการผลิตเพื่อให้แม่พิมพ์มีความเที่ยงตรงและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตทำให้คุณภาพของสินค้าที่ผลิตจากแม่พิมพ์มีคุณภาพดี เครื่องตรวจเช็คผิวหน้าแม่พิมพ์ของบริษัทสามารถปรับค่าความละเอียดในการเคลื่อนที่ขึ้น-ลงได้ถึง 0.05 มิลลิเมตร ทำให้สามารถตรวจสอบผิวหน้าได้อย่างแม่นยำ หน้าโต๊ะล่างสามารถเคลื่อนที่เข้าออกเพื่อความสะดวกในการใส่แม่พิมพ์เข้าเครื่อง หน้าโต๊ะบนสามารถผลิตให้พลิกหงายจนนอนบนพื้นเพื่อความสะดวกในการตกแต่งแม่พิมพ์บน ซึ่งมีขนาดหน้ากดมีตั้งแต่ 1,000 ม.ม. x 800 ม.ม. ถึง 4,600 ม.ม. x 2,300 ม.ม. ซึ่งสามารถรองรับการตรวจแม่พิมพ์ขนาดใหญ่เช่นแม่พิมพ์สำหรับผลิตชิ้นส่วนด้านข้างของรถยนต์ โดยมีแรงกดตั้งแต่ 15 ตัน ไปจนถึง 300 ตัน นอกจากนี้ เครื่องตรวจเช็คผิวหน้าแม่พิมพ์ของบริษัทได้มีการออกแบบระบบรักษาความปลอดภัยในทุกขั้นตอน ตัวอย่างแม่พิมพ์ที่ใช้เครื่องชนิดนี้เช่น แม่พิมพ์ฉีดพลาสติกและแม่พิมพ์ฉีดอลูมิเนียม เป็นต้น

Hydraulic try out press (HRP)

    1.2) เครื่องทดสอบแม่พิมพ์ เครื่องทดสอบแม่พิมพ์ (Hydraulic try out press : HRP) ใช้ในบริษัทของผู้ผลิตแม่พิมพ์โดยเป็นเครื่องจักรที่ใช้สำหรับการทดสอบแม่พิมพ์ที่ผ่านการตกแต่งผิวแม่พิมพ์แล้ว ก่อนที่จะนำแม่พิมพ์ดังกล่าวไปใช้ในการผลิตชิ้นงานจริง ซึ่งหากแม่พิมพ์ที่ใช้ไม่อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์จะทำให้เสียเวลาและสูญเสียวัตถุดิบ เครื่องทดสอบแม่พิมพ์ของบริษัทออกแบบให้หน้าโต๊ะล่างสามารถเลื่อนออกมาเพื่อความสะดวกในการซ่อมแซมแม่พิมพ์ และสามารถนำไปใช้ในกระบวนการขึ้นรูปโลหะ การดัดโค้งงอ และ การเจาะรู เพื่อเพิ่มความสามารถในการผลิตได้ โดยทั่วไปลูกค้าจะซื้อเครื่องเพรสดังกล่าวที่มีแรงกดสูงตั้งแต่ 600 ตันขึ้นไปเพื่อให้สามารถทดสอบแม่พิมพ์ที่จะถูกนำไปใช้ภายใต้แรงกดสูงได้

Hydraulic deep drawing press (HDP)

    1.3) เครื่องเพรสลากขึ้นรูปเครื่องเพรสลากขึ้นรูป (Hydraulic deep drawing press : HDP) ใช้มากในอุตสาหกรรมยานยนต์และอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นเครื่องขึ้นรูปโลหะโดยการใช้ไฮดรอลิคกดแผ่นโลหะเพื่อให้โลหะเปลี่ยนรูปไปตามแบบของแม่พิมพ์ เครื่องเพรสลากขึ้นรูปของบริษัทได้รับการออกแบบให้มีระบบคุชชั่น (Cushion) ชะลอการยืดตัวของโลหะ ทำให้ชิ้นงานออกมาโค้งมนไปตามรูปแบบที่ต้องการอย่างสวยงามและประณีตกว่าเครื่องเพรสขึ้นรูปโลหะทั่วไป บริษัทสามารถผลิตเครื่องเพรสที่มีขนาดหน้ากดมีตั้งแต่ 1,000 ม.ม. x 800 ม.ม. ไปจนถึง 5,000 ม.ม. x 2,500 ม.ม. โดยมีแรงกดตั้งแต่ 100 ตันไปจนถึง 3,000 ตัน และตัวเครื่องจักรได้มีการออกแบบระบบรักษาความปลอดภัยในทุกขั้นตอน ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากเครื่องชนิดนี้ เช่น ชิ้นส่วนรถยนต์ อ่างล้างจาน เป็นต้น

Hydraulic molding for hot press

    1.4) เครื่องเพรสกดขึ้นรูปตามแม่พิมพ์แบบใช้ความร้อนเครื่องเพรสกดขึ้นรูปตามแม่พิมพ์แบบใช้ความร้อน (Hydraulic molding for hot press : HMP) ใช้สำหรับการขึ้นรูปวัสดุที่ไม่ใช่โลหะที่ต้องใช้ความร้อนช่วยในการขึ้นรูปเพื่อให้ชิ้นงานสามารถคงรูปทรงที่ต้องการหลังการขึ้นรูปได้เครื่องเพรสกดขึ้นรูปของบริษัทสามารถใช้ความร้อนได้สูงถึง 250 องศาเซลเซียส โดยความร้อนที่ใช้อาจจะอยู่ที่ตัวแม่พิมพ์หรืออยู่ที่หน้าโต๊ะของเครื่อง สามารถปรับตั้งให้ทำงานติดต่อกันเป็นแบบอัตโนมัติได้ นอกจากนี้ เครื่องเพรสของบริษัทยังสามารถควบคุมได้จากทั้งปุ่มกดที่แผงควบคุมหรือใช้กล่องควบคุมระยะไกลก็ได้ บริษัทสามารถผลิตเครื่องเพรสประเภทนี้ที่มีขนาดหน้ากดตั้งแต่ 2,400 ม.ม.x 1,700 ม.ม. ไปจนถึง 3,500 ม.ม. x 2,000 ม.ม. โดยใช้แรงกดตั้งแต่ 100 ตันไปจนถึง 500 ตัน ซึ่งเหมาะสำหรับอุตสาหกรรมไม้ เช่น งานไม้อัดแผ่น (Veneer Hard Board) อุตสาหกรรมยาง เช่น การผลิตลูกกลิ้งยาง หรืออัดความร้อนแผ่นยางต่างๆ และงานชิ้นส่วนภายในรถยนต์เช่น วัสดุด้านในประตูรถยนต์ เป็นต้น

Hydraulic hemming press (HHP)

    1.5) เครื่องพับขอบชิ้นงานเครื่องที่ใช้พับขอบชิ้นงาน (Hydraulic hemming press : HHP) ใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ เป็นเครื่องจักรที่ใช้พับขอบชิ้นงานสองชิ้นให้ติดกันโดยการกดขอบครั้งเดียวพร้อมกันรอบตัวเช่น ประตูชิ้นในกับประตูชิ้นนอกของรถยนต์ ฝากระโปรงตัวในกับตัวนอก เป็นต้น สามารถใช้กับแม่พิมพ์สำหรับพับขอบที่มีขนาดกว้าง 2,600 ม.ม. ยาว 2,400 ม.ม. และสูง 2,050 ม.ม. โดยแรงกดมีตั้งแต่ 120 ตัน ถึง 180 ตัน มีระบบล็อคจับยึดแม่พิมพ์ที่แน่นหนาและใช้ระบบไฮดรอลิคในการเคลื่อนย้ายแม่พิมพ์เข้าออกจากเครื่อง และมีชุดเก็บแม่พิมพ์ (Die Storage) ซึ่งเก็บแม่พิมพ์ไว้สับเปลี่ยนของแต่ละชิ้นงานได้ถึง 12 ชุด โดยการสับเปลี่ยนหรือการเคลื่อนย้ายแม่พิมพ์เข้าออกจากที่เก็บ (Die Storage) นั้นจะมีรถเคลื่อนย้าย (Die Truck) ขับเคลื่อนด้วยระบบไฮดรอลิคซึ่งสามารถรองรับแม่พิมพ์ที่มีน้ำหนักถึง 10 ตัน ทำให้เคลื่อนย้ายแม่พิมพ์ได้อย่างสะดวก ระบบการทำงานของเครื่องเป็นระบบอัตโนมัติแบบต่อเนื่องอย่างสมบูรณ์

Hydraulic trimming and bending press (HTP)

    1.6) เครื่องเพรสสำหรับการพับขอบ ตัดขอบและเจาะรูชิ้นงานเครื่องเพรสสำหรับการพับขอบ ตัดขอบและเจาะรูชิ้นงาน (Hydraulic trimming and bending press : HTP) เป็นเครื่องเพรสที่ใช้สำหรับการพับ ตัดขอบ และเจาะรู ชิ้นงานในเวลาเดียวกัน เช่น ประตูรถยนต์ ฝากระโปรงหรือชิ้นส่วนต่างๆ ที่ต้องการที่จะทำการตัดขอบชิ้นงาน โดยเมื่อแม่พิมพ์ส่วนบนกดลงมาที่แม่พิมพ์ส่วนล่างค้างไว้ชั่วขณะแล้ว ภายในแม่พิมพ์จะมีอุปกรณ์สำหรับการเจาะรูพร้อมกดหรือจะมีอุปกรณ์เสริมพิเศษซึ่งทำงานโดยอาศัยสัญญาณจากเครื่องเพื่อสั่งการให้เจาะหรือทำขบวนการอื่นๆ ได้ บริษัทสามารถผลิตเครื่องจักรประเภทนี้ที่มีขนาดหน้ากดมีตั้งแต่ 2,400 ม.ม. x 1,500 ม.ม. ไปจนถึง 5,000 ม.ม.x1,500 ม.ม. แรงกดมีตั้งแต่ 50 ตันไปจนถึง 600 ตันเครื่องเพรสประเภทนี้เหมาะสำหรับอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น โครงพลาสติกตู้เย็น แผงด้านหลังของตู้เย็น หรือเหมาะกับงานที่ชิ้นงานมีความหนาไม่มากและใช้แรงกดไม่สูงมากนัก

Automatic System Machine

    1.7) เครื่องจักรระบบอัตโนมัติการปรับต้นทุนแรงงานที่สูงขึ้น และการขาดแคลนแรงงาน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมฯ ที่ใช้แรงงานเข้มข้น ทำให้อุตสาหกรรมต้องสูญเสียสถานภาพในการแข่งขัน ทั้งการแข่งขันในประเทศและต่างประเทศ “ระบบการผลิตแบบอัตโนมัติ (Manufacturing Automation System)” เป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง เครื่องกล+ ไฟฟ้า + อิเล็คทรอนิคและเทคโนโลยีสารสนเทศ ( Information Technology) เพื่อสร้างระบบการทำงานที่เชื่อมโยงกันโดยผ่านระบบโปรแกรมควบคุม ซึ่งในปัจจุบันทางบริษัทฯ สามารถผลิตเครื่องจักรระบบอัตโนมัติสำหรับการผลิตในกลุ่มอุตสาหกรรมได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องจักรสายการผลิตที่เป็นสายการผลิตเดี่ยว โดยเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการป้อนวัตถุดิบ (Input) กระบวนการผลิต (Process) และกระบวนการนำวัตถุดิบออก (Output) นอกจากนี้ยังสามารถออกแบบ เชื่อมต่อกับชุด Robot และ ระบบสายพานลำเลียง และระบบความปลอดภัย ซึ่งสามารถขยายผลการออกแบบไปสู่ระบบ Smart Factory ที่จะเกิดขึ้นในปัจจุบันและแพร่หลายในอนาคต

2. ผลิตภัณฑ์เครนระบบไฮดรอลิค

บริษัทฯ มีสัดส่วนรายได้จากการจำหน่ายเครนระบบไฮดรอลิค ในปี 2557, ปี 2558, ปี 2559 และ ปี 2560 เท่ากับร้อยละ 21.63, 26.82, 35.61 และ 39.69 ตามลำดับ เครนระบบไฮดรอลิค เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ยกสิ่งของขึ้นลงตามแนวดิ่งและเคลื่อนย้ายสิ่งของเหล่านั้นในลักษณะแขวนลอยไปตามแนวราบเครนมีอยู่หลักๆ 2 ประเภทคือ เครนแบบแขนตรงและเครนแขนพับ ความแตกต่างคือเครนแบบแขนตรงจะไม่สามารถพับแขนเก็บได้ โดยบริษัทมีการผลิตและจำหน่ายทั้งเครนแขนตรงและเครนแขนพับ และบริษัทมีผลิตภัณฑ์เครนทั้งแบบติดตั้งอยู่กับที่เพื่อใช้ในการย้ายสิ่งของภายในโรงงานหรือสถานที่ที่ทำงานอยู่จุดเดิมเป็นประจำ และแบบติดตั้งบนรถบรรทุกเพื่อให้สามารถเคลื่อนย้ายเครนไปยังพื้นที่ที่ต้องการใช้งานได้โดยสะดวกและไม่เสียเวลาในการติดตั้ง เครนระบบไฮดรอลิคของบริษัทยังสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลักๆ ดังนี้

    2.1) เครนแบบมาตรฐาน เป็นเครนที่ทำตามคุณสมบัติที่ได้รับการออกแบบและผลิตเป็นจำนวนมากเพื่อให้มีสินค้าสำหรับจัดส่งลูกค้าอย่างรวดเร็ว โดยเครนแบบมาตรฐานนี้มีรุ่นต่างๆ เพื่อรองรับลักษณะงานและน้ำหนักยกที่ลูกค้าต้องการ
    2.2) เครนประเภทอื่นๆ นอกจากเครนแบบมาตรฐานแล้ว ในการทำงานบางประเภทลูกค้าอาจมีความต้องการเครนที่มีคุณสมบัติเฉพาะ บริษัทจึงได้มีการพัฒนาหัวคีบชนิดต่างๆ เพื่อนำไปใช้ให้เหมาะสมกับการใช้งาน เช่น เครนแบบติดตั้งอยู่กับที่สำหรับคีบกระดาษ หรือเครนที่ติดตั้งบนเรือเพื่อเก็บผักตบชวา เครนที่ใช้ในโรงงานน้ำตาล และเครนที่ใช้ในงานคีบไม้ เป็นต้น

3. ผลิตภัณฑ์เครื่องกดและเจาะเสาเข็มระบบไฮดรอลิค

บริษัทมีสัดส่วนรายได้จากการจำหน่ายเครื่องทุ่นแรงระบบไฮดรอลิค ในปี 2557, ปี 2558, ปี 2559 และ ปี 2560 เท่ากับร้อยละ 8.14, 8.59, 11.14 และ 6.15 ตามลำดับ เครื่องทุ่นแรงระบบไฮดรอลิคเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นเครื่องทุ่นแรงในการยกหรือเคลื่อนย้ายสิ่งของ บริษัทมีผลิตภัณฑ์เครื่องทุ่นแรงหลากหลายประเภทเพื่อรองรับงานลักษณะต่างๆ โดยสามารถแบ่งได้ 2 ประเภทหลักๆ ดังนี้

    3.1) เครื่องทุ่นแรงในการยกเคลื่อนย้าย เป็นเครื่องทุ่นแรงสำหรับช่วยยกหรือเคลื่อนย้ายสิ่งของ โดยมีความสามารถในการยกสิ่งของที่มีน้ำหนักได้ตั้งแต่ 350 กิโลกรัม ถึง 20 ตันนอกจากนี้บริษัทได้มีการพัฒนาระบบ Automatic Warehouse และงาน Made To Order ตามคำสั่งซื้อ ซึ่งผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ได้แก่
    3.2) เครื่องทุ่นแรงในศูนย์บริการยานยนต์ เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับใช้งานในศูนย์บริการรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ โดยมีความสามารถในการยกสิ่งของที่มีน้ำหนักได้ตั้งแต่ 50 กิโลกรัม ถึง 150 ตัน ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้มีดังต่อไปนี้

4. ผลิตภัณฑ์เครื่องทุ่นแรงระบบไฮดรอลิค (Hydraulic Handling Equipment)

บริษัทฯ มีสัดส่วนรายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องกดและเจาะเสาเข็มระบบไฮดรอลิคในปี 2558, ปี 2559 และ ปี 2560 เท่ากับร้อยละ 7.71, 0.00 และ 0.00 ตามลำดับ เครื่องกดและเจาะเสาเข็มระบบไฮดรอลิคเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นเครื่องจักรในอุตสาหกรรมในงานก่อสร้าง โดยเฉพาะงานฐานรากด้านโยธา ซึ่งเป็นตัวชดเชยในการตอกเสาเข็ม ในการตอกเสาเข็มแบบค้อนตอกเปลี่ยนเป็นรูปแบบการกด ซึ่งในปัจจุบันทางด้านนโยบายภาครัฐและชุมชน ได้มีการออกกฎหมายในการบังคับให้ผู้ก่อสร้างอาคารในพื้นที่เมืองและใกล้แหล่งชุมชน ไม่ให้มีเสียงดังและการสั่นสะเทือนในการตอกเสาเข็ม ดังนั้นจึงเห็นว่า เครื่องกดและเจาะเสาเข็มระบบไฮดรอลิค จึงมีความเหมาะสมในการทำตลาด และรองรับการขยายตัวในอุตสาหกรรมงานก่อสร้าง งานฐานราก และงาน Infrastructure ทั่วไป สำหรับเครื่องเจาะนั้นเป็นที่ทราบกันว่า ในขึ้นตอนการตอกหรือกดเสาเข็ม สำหรับพื้นที่ในเมืองและใกล้กับหมู่บ้านต่างๆ จะต้องมีการเจาะนำ เพื่อลดการสั่นสะเทือนบนพื้นผิวหน้าดิน หรือในกรณีที่เมื่อมีการกดหรือตอกแล้วไม่สามารถมีการกดหรือตอกตามที่ต้องการได้ จึงต้องมีการเจาะนำ ซึ่งถือเป็นสินค้าตัวหนึ่งที่จะสามารถนำมาทำการตลาดให้กับบริษัทฯ ได้เป็นอย่างดี

5. บริการแปรรูปโลหะด้วยเครื่องจักรและซ่อมบำรุงเครื่องจักร

นอกจากความพร้อมทางด้านเครื่องจักรและเทคโนโลยีการผลิตแล้ว บริษัทยังมีบริการต่างๆเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า โดยบริษัทมีสัดส่วนรายได้จากการให้บริการในปี 2557, ปี 2558, ปี 2559 และ ปี 2560 เท่ากับร้อยละ 18.81, 20.60, 19.43 และ 21.60 ตามลำดับ ทั้งนี้ การให้บริการของบริษัทมีดังต่อไปนี้

รูปภาพประกอบลักษณะงานแปรรูปโลหะ

    5.1) บริการแปรรูปโลหะด้วยเครื่องจักร การแปรรูปโลหะคือการนำ เหล็กแผ่น เหล็กหล่อ หรืองานโครงสร้างต่างๆ มาทำการแปรรูปให้ได้ลักษณะที่ต้องการเช่น การเจาะ, กลึง, กัดและ ปาด เป็นต้น สืบเนื่องจากการที่บริษัทได้มีการลงทุนในเครื่องจักรขนาดใหญ่เพื่อให้บริษัทสามารถผลิตส่วนประกอบของเครื่องจักรระบบไฮดรอลิคได้ภายในบริษัทเองให้มากที่สุด โดยเครื่องจักรของบริษัทนั้นมีความสามารถในการแปรรูปโลหะ ที่มีขนาดกว้าง 2.5 เมตร ยาว 6.0 เมตร ซึ่งนับเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการเพียงไม่กี่รายในประเทศที่มีเครื่องจักรดังกล่าว ดังนั้น บริษัทจึงมีการวางแผนการใช้กำลังการผลิตของเครื่องจักรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดด้วยการรับให้บริการแปรรูปโลหะแก่ลูกค้าในช่วงเวลาที่เครื่องจักรของบริษัทมิได้ถูกใช้ในการผลิตสินค้าของบริษัทเอง เช่น งานรับปาดโครงสร้างโลหะ งานกัดร่อง และงานเจาะ ฯลฯ ซึ่งมักใช้ในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมไฟฟ้า ฯลฯ โดยรูปแบบการให้บริการดังกล่าว จะเกิดขึ้นเมื่อลูกค้า มีความต้องการที่จะใช้งานแปรรูปโลหะที่มีขนาดใหญ่เกินกว่า ที่เครื่องจักรที่ลูกค้ามีอยู่จะสามารถทำการดำเนินการได้เอง นอกจากนี้ บริษัทยังได้จัดเตรียมทีมงานที่มีความรู้และความชำนาญเฉพาะทางไว้คอยให้คำปรึกษาและแนะนำวิธีการทำงานเพื่อให้ลูกค้ามั่นใจว่าจะได้รับการให้บริการที่คุณภาพและประสิทธิภาพสูงสุดตามเวลาที่ต้องการ
    5.2) บริการซ่อมบำรุงเครื่องจักรระบบไฮดรอลิค บริษัทได้จัดเตรียมทีมงานซ่อมบำรุงที่มีประสบการณ์และมีความชำนาญในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านแมคคานิค, ไฮดรอลิค, ไฟฟ้า, อีเลคทรอนิคส์ และด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวกับเครื่องจักรไว้คอยบริการลูกค้าอย่างทันเวลาและทันสถานการณ์ เนื่องจากสินค้าของบริษัทมักถูกนำไปใช้ในสายการผลิตของโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่โดยเฉพาะเครื่องเพรสระบบไฮดรอลิคของบริษัทนั้น นับได้ว่าเป็นเสมือนหัวใจสำคัญของสายการผลิตของลูกค้าซึ่งหากเกิดการขัดข้องและไม่ได้รับการดูแลอย่างทันท่วงทีย่อมก่อให้เกิดผลกระทบต่อกระบวนการผลิตของลูกค้าได้ ปัจจุบันบริษัทฯ มีทีมงานซ่อมบำรุงกว่า 20 คนซึ่งพร้อมให้บริการแก่ลูกค้าได้ภายใน 24 - 48 ชม.

6. เครื่องรื้อร่อนขยะ (Trommel Screen Machine) ขนาด 30/50/100 ตัน / วัน

เครี่องปั๊มโลหะแบบระบบแมคคานิคเป็นเครี่องปั๊มโลหะที่สามารถนำมาใช้งานกับอุตสาหกรรมได้เกือบทุกประเภท โดยการใช้เทคนิคเชิงกลในการส่งถ่ายกำลังร่วมกับอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิค การแปรรูปชิ้นงานที่เกิดจากกระบวนการปั๊มจะมีความหนาของชิ้นงานคงที่สม่ำเสมอ และสามารถขึ้นรูปชิ้นงานที่ซับซ้อนได้โดยผ่านอุปกรณ์หรือแม่พิมพ์

Copyright 2008-2011 T.M.C. Industrial Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.