Chairman Statement
สารจากประธานกรรมการ
สารจากประธานกรรมการ

ในปี 2560 ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยว่าเป็นการเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งเกิดจากปัจจัยต่างๆ ได้แก่ การขยายตัวของการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน การส่งออกที่อยู่ในเกณฑ์สูงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา การฟื้นตัวของการใช้จ่ายภายในประเทศ การเติบโตอย่างต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยว รวมถึงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่มีความเป็นรูปธรรมมากขึ้น ในขณะที่การลงทุนของภาครัฐลดลง กอปรกับความผันผวนในทิศทางของตลาดโลก มีผลให้การขยายตัวของ GDP ในปี 2560 อยู่ที่ร้อยละ 4.0

สำหรับในปี 2561 นั้น เป็นที่คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกจะยังคงขยายตัวแม้จะมีความเสี่ยงเรื่องความผันผวนอยู่บ้าง อัตราดอกเบี้ยโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น การอุปโภคการบริโภค และการลงทุนต่างๆ ของภาคเอกชนและภาครัฐภายในประเทศจะเติบโตกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งจะสนับสนุนให้การผลิตภาคอุตสาหกรรมและภาคเกษตรกรรม รวมถึงการส่งออก การจ้างงาน และฐานรายได้ของประชาชนปรับตัวดีขึ้น นอกจากนั้น การฟื้นตัวของการใช้จ่ายภายในประเทศและภาคการท่องเที่ยวที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง การดูแลเกษตรกรและผู้มีรายได้น้อย รวมถึงการสร้างความเข้มแข็งให้ SMEs และเศรษฐกิจฐานราก ก็จะเป็นปัจจัยบวก ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อน่าจะขยับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงร้อยละ 0.9-1.9 จึงคาดว่า GDP จะขยายตัวในอัตราร้อยละ 4.6

สำหรับพฤติกรรมผู้บริโภคนั้น ได้มีการปรับเปลี่ยนตามความเคลื่อนไหวของผู้ประกอบการที่แต่ละค่ายต่างพัฒนาและเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่องอีกทั้งการเติบโตและการปรับเปลี่ยนของเทคโนโลยีอย่างรวดเร็วในช่วงที่ผ่านมา ได้ทำให้เกิดการแข่งขันทางด้านการบริการและการเข้าถึงด้วยความรวดเร็วในการสื่อสาร และได้ส่งผลให้ผู้บริโภคหันมาสนใจในเทคโนโลยีมากขึ้น ซึ่งปัจจัยดังกล่าวได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจค้าปลีกไอที

ส่วนของบริษัทในปี 2560 นั้น ได้มีการแสวงหาโอกาสใหม่ๆ ในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงสามารถผ่านพ้นปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ไปได้ด้วยดี มีผลให้การดำเนินงานของบริษัทและบริษัทย่อยเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายได้รวม 22,584.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 31.22 และมีกำไรสุทธิ 608.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 49.74 จากปี 2559

บริษัทยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลและจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ รวมถึงค??ำนึงถึงการตอบแทนกลับคืนสู่สังคมมาโดยตลอด ตั้งแต่ก่อนที่หลักทรัพย์ของบริษัทได้เข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ด้วยการจัดทำ 2 โครงการหลักเป็นประจำทุกปี ต่อเนื่องกันมาเป็นระยะเวลา 5 ปีแล้ว ได้แก่ โครงการ “ห้องคอมฯ ของหนู” ซึ่งในปี 2560 บริษัทได้มอบอาคารเรียนจำนวน 1 หลัง และคอมพิวเตอร์ประมาณ 20-30 เครื่อง พร้อมอุปกรณ์การเชื่อมต่อต่างๆ ที่สนับสนุนการเรียนรู้ ให้แก่โรงเรียนในชนบทที่ขาดโอกาสในการรับรู้ข่าวสารและเทคโนโลยี และโครงการ “ยิ้มสดใสจากใจคอมเซเว่น” ซึ่งเป็นโครงการช่วยเหลือเด็กพิการปากแหว่งเพดานโหว่โดยกำเนิด ด้วยการมอบเงินบริจาคจำนวนหนึ่งให้แก่ครอบครัวของเด็กที่พิการ เพื่อให้สามารถเข้ารับการผ่าตัดรักษาจนหายขาด และกลับมาใช้ชีวิตได้เป็นปกติ ร่วมกับคนในสังคมอย่างมีความสุข


ศิริพงษ์ สมบัติศิริ

ประธานกรรมการ